10 นาฬิกา Tag Heuer รุ่นน่าใช้จากเหล่าซีรีย์ดัง ในปี 2023 ที่ถ้าช้าไปแม้แต่นาทีเดียวอาจจะหมดได้แบบไม่ทันตั้งตัว

รีวิวนาฬิกา

TAG Heuer แบรนด์นาฬิกาสวิสที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1860 โดย เอดูอารค์ ฮอยเออร์ (Edouard Heuer) มีความโดดเด่นในด้านประสิทธิภาพของการจับเวลาที่มีความแม่นยำสูง โดยฮอยเออร์สามารถผลิตนาฬิกาที่สามารถจับเวลาได้ละเอียดถึง 1/100 วินาที เป็นรายแรกของโลก พร้อมทั้งมีการจดสิทธิบัตรมากมายในแง่ของการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ และได้เป็นผู้จับเวลาของการแข่งขัน Formula 1 ชิงแชมป์โลกอย่างเป็นทางการ จนสามารถก้าวขึ้นสู่ นาฬิกาสปอร์ตแบรนด์ชั้นนำของโลกได้ในที่สุด ต่อมาปี 1999 กลุ่ม LVMH ได้เข้าซื้อหุ้นเกือบ 100% เปลี่ยนแปลงทุกอย่างและบริหารโดยคนรุ่นใหม่ ทำให้แบรนด์ Tag Heuer มีชื่อเสียงและมีรายได้เพิ่มมากขึ้นเป็น 857 ล้านฟรังก์สวิส อยู่ในอันดับที่ 9 ของวงการนาฬิกาสวิส และเป้าหมายของเขาคือที่จะไต่ขึ้นอันดับ 4 ในอนาคต ซึ่งในบทความ 10 นาฬิกา Tag Heuer รุ่นน่าใช้จากเหล่าซีรีย์ดัง ในปี 2023 ที่ถ้าช้าไปแม้แต่นาทีเดียวอาจจะหมดได้แบบไม่ทันตั้งตัว เรื่องนี้ เราจะมาพาทุกคนไปชมเหล่านาฬิการุ่นน่าเก็บสะสมของแบรนด์ในปีนี้กัน  

10 นาฬิกา Tag Heuer รุ่นน่าใช้จากเหล่าซีรีย์ดัง ในปี 2023 ที่ถ้าช้าไปแม้แต่นาทีเดียวอาจจะหมดได้แบบไม่ทันตั้งตัว

นาฬิกา Tag Heuer รุ่น Aquaracer (WAY131K.BA0748)

นาฬิกา Tag Heuer รุ่น Aquaracer (WAY131K.BA0748)

สำหรับในรุ่นนี้จะมากับดีไซน์ที่ดูดูสปอร์ต เคลือบสารเรืองแสง ใส่เล่นน้ำได้ เหมาะกับหลายลุค สำหรับใครที่ชอบนาฬิกาที่ดูทะมัดทะแมง ออกแนวสปอร์ต แต่ยังคงความมีสไตล์ คอลเลกชัน Aquaracer รุ่นนี้ตอบโจทย์เลยค่ะ มาพร้อมหน้าปัดประดับขอบเซรามิกสีดำแบบหมุนทิศทางเดียว นอกจากมีดีไซน์เข้ากับการแต่งตัวได้ทุกสไตล์แล้ว ยังมีคุณสมบัติพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นคริสตัลแซฟไฟร์ป้องกันแสงสะท้อนและเคลือบสารเรืองแสง Super-LumiNova บนเข็มนาฬิกา ช่วยให้มองเห็นในที่มืดได้พร้อมกับเพิ่มความเงางามในเวลาเดียวกัน รวมถึงสามารถสวมใส่เล่นน้ำหรือดำน้ำได้ เนื่องจากทางแบรนด์รังสรรค์ให้กันน้ำที่ 300 เมตร

ราคา 61,911 บาท

นาฬิกา Tag Heuer รุ่น Link (WBC1313.BA0600)

นาฬิกา Tag Heuer รุ่น Link (WBC1313.BA0600)

นาฬิกาสุดมินิมอลน้อยแต่มาก ดีไซน์ไม่ล้าสมัย ไม่สะท้อนแสง เข้าได้กับทุกไลฟ์สไตล์ คอลเลกชัน Link รุ่นนี้ เป็นอีกหนึ่งไอเทมช่วยเสริมการแต่งกายของคุณและสามารถใส่เป็นเครื่องประดับได้ทุกโอกาส มาพร้อมความเรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความหรูหราดูแพง ดีไซน์ไม่ล้าสมัย ประดับเม็ดคริสตัลสุดเปล่งประกายแทนการตัวเลขเติมเต็มความหรูหราอย่างมีระดับ ส่วนหน้าปัดสีฟ้าเรืองแสงพร้อมมีคริสตัลแซฟไฟร์ทรงแบนที่มีคุณสมบัติทนทาน เคลือบด้วยสารที่ช่วยป้องกันแสงสะท้อน และสามารถกันน้ำ 100 เมตร ทำให้นาฬิการุ่นนี้เหมาะกับสาว ๆ ทุกช่วงวัย

ราคา 89,030 บาท

นาฬิกา Tag Heuer รุ่น Calibre E4 (SBR8010.BA0617)

นาฬิกา Tag Heuer รุ่น Calibre E4 (SBR8010.BA0617)

พิเศษกับโหมดออกกำลังกาย ทนแรงกระแทกได้ดี รองรับการสัมผัส แถมสั่งการเสียง หนุ่ม ๆ คนไหนที่ชื่นชอบนาฬิกาที่มีความทันสมัย ใช้งานได้อย่างอเนกประสงค์ และใส่ได้ทุกโอกาส TAG Heuer เปิดตัว Connected นาฬิกาสมาร์ตวอทช์รุ่นใหม่ Connected Calibre E4 ตัวเรือนผลิตจากสเตนเลส หน้าจอไร้ขอบล้ำขนาด 42 มม. สไตล์โครโนกราฟอันหรูหราสุดเอกลักษณ์ พร้อมรวมฟังก์ชันตอบโจทย์กิจกรรมในชีวิตประวันหลายรูปแบบ, เพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นกีฬา, รองรับการสัมผัส และมีแอปพลิเคชันเพื่อสุขภาพ รวมถึงสามารถกันน้ำได้ลึก 50 เมตร โดยมีเวลาในการชาร์จเต็ม 100% ใน 1 ชั่วโมงครึ่ง

ราคา 72,837 บาท

นาฬิกา Tag Heuer รุ่น Calibre 5 (WAR1353.BD0779)

นาฬิกา Tag Heuer รุ่น Calibre 5 (WAR1353.BD0779)

ความคลาสสิกที่มีระดับ แต่งตัวแมตช์ง่าย ใส่เพิ่มความหรูหราได้ทุกวัน สำหรับ Carrera รุ่นนี้ เป็นรุ่นที่มีความเรียบหรู น้อยแต่มากอย่างมีระดับด้วยหน้าปัดมาเธอร์ออฟเพิร์ลสีโรสโกลด์ประดับกรอบที่เพิ่มดีเทลเพชรสุดแวววาว มาพร้อมสายข้อมือเหล็กสเตนเลสรูปตัว H ที่สวยงามและได้รับการขัดเงาอย่างดีสลับกับสีโรสโกลด์ ทำให้นาฬิกาเรือนนี้ดูเก๋ไก๋พร้อมเสริมลุคให้ดูมีเสน่ห์ยิ่งขึ้น ส่วนกระจกหน้าปัดทำด้วย Sapphire Crystalนอกจากจะป้องกันรอยขีดข่วนและทนทานแล้ว ยังเคลือบสารป้องกันแสงสะท้อนทั้งสองด้านอีกด้วย

ราคา 229,436 บาท

นาฬิกา Tag Heuer รุ่น Calibre Heuer 02 Special Edition (CBL2180.FC6497)

นาฬิกา Tag Heuer รุ่น Calibre Heuer 02 Special Edition (CBL2180.FC6497)

นาฬิการุ่นพิเศษ ที่มากับความคลาสสิกที่ลงตัว ดีไซน์หรูหรา ให้ความโฉบเฉี่ยว ใครเป็นสาวกนาฬิกาที่ชื่นชอบดีไซน์พิเศษและโดดเด่นกว่ารุ่นอื่นก็จะถูกใจกับรุ่น Calibre Heuer 02 ที่เป็น Special Edition ทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสตำนานในยุค 70 นอกจากมีดีไซน์หรูหรา หน้าปัดประดับสีโรสโกลด์ และฝาหลังเผยให้เห็นการเคลื่อนไหวอัตโนมัติแล้ว ยังให้ความสปอร์ตด้วยตัวเรือนทำมาจากไทเทเนียม DLC สีดำ ผสานกับนี้สายหนังจระเข้สีดำให้ความโฉบเฉี่ยวและดุดัน หน้าปัดประดับสีโรสโกลด์ นอกจากนี้ คุณยังสามารถใส่ได้อย่างสบายใจโดยไม่ต้องกังวลขณะล้างมือ เพราะรุ่นนี้สามารถกันน้ำได้ถึง 100 เมตรเลยทีเดียว

ราคา 298,631 บาท

นาฬิกา Tag Heuer รุ่น Aquaracer Professional 300 Date (WBP231J.BA0618)

นาฬิกา Tag Heuer รุ่น Aquaracer Professional 300 Date (WBP231J.BA0618)

เปล่งประกายมากับสีชมพูอันโดดเด่น มองเห็นได้ชัด กันน้ำลึกได้ถึง 300 เมตร Aquaracer Professional 300 เป็นหนึ่งในซีรีส์สุดคลาสสิกของแบรนด์ TAG Heuer โดยรุ่นนี้ มีความพิเศษที่เป็นนาฬิกาใส่ดำน้ำได้ โดยสามารถกันน้ำได้ลึก 300 ม., ป้องกันแรงกด, ทนต่อสภาวะต่าง ๆ รวมถึงสร้างความกระฉับกระเฉงด้วยตัวเรือนผลิตจากสเตนเลสสตีลขนาด 36 มม. ที่ทนทานและเปี่ยมด้วยเทคนิค อีกทั้งยังมีหน้าปัดสีชมพูลวดลายคลื่นที่มีความสว่าง โดดเด่น และไม่เหมือนใครล้อมรอบด้วยกรอบเซรามิกสีดำและประดับด้วยเพชร VS ซึ่งขับเคลื่อนด้วยระบบอัตโนมัติ Calibre 5 ที่แม่นยำสูง

ราคา 1,311,066 บาท

นาฬิกา Tag Heuer รุ่น Calibre 5 COSC (WBE5114.FC8266)

นาฬิกา Tag Heuer รุ่น Calibre 5 COSC (WBE5114.FC8266)

ดีไซน์คลาสสิก ไม่ตกยุค มอบลุคเท่ อ่านค่าง่ายแม้แสงน้อย นาฬิกา TAG Heuer ผู้ชาย รุ่น Calibre 5 COSC เป็นนาฬิกาที่มีความคลาสสิกสุดแสนธรรมดาที่สามารถใช้งานได้ทุกวัน โดยได้รับแรงบันดาลใจจากนาฬิกา Explorer สุดคลาสสิก ทำให้ได้ทั้งความสุขุม เรียบหรู และความเท่ในเวลาเดียวกัน ผลิตจากไทเทเนียมและเซรามิกที่มีความแข็งแรงทนทาน ส่วนตัวเรือนสีบรอนซ์ประกอบด้วยเม็ดมะยมขนาดใหญ่ ตัวเลขอารบิก และเข็มนาฬิกาทรงดาบ พร้อมมีวันที่และระบบ Super-LumiNova เพื่อให้อ่านค่าได้ง่ายขึ้นในที่แสงน้อย

ราคา 112,897 บาท

นาฬิกา Tag Heuer รุ่น Formula 1 (CAZ1014.BA0842)

นาฬิกา Tag Heuer รุ่น Formula 1 (CAZ1014.BA0842)

นาฬิการุ่นนี้มากับฟังก์ชั่นที่อ่านค่าง่าย ให้เสน่ห์แบบสปอร์ต วัดระยะทางและความเร็วได้ นาฬิกา TAG Heuer รุ่น Formula 1 มาพร้อมสีน้ำเงินที่หน้าปัด ทำให้สามารถสวมใส่เขากับเสื้อผ้าง่าย รวมถึงมองเห็นตัวเลขและเข็มนาฬิกาชัดเจน โดยมี Tachymeter ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสนามแข่งรถ อีกทั้งยังผลิตจากคริสตัลแซฟไฟร์และสเตนเลสสตีลที่มีความทนทาน ซึ่งรุ่นนี้มีปุ่มขันเกลียวสุดเอกลักษณ์ ตกแต่งแบบ “Easy Grip” เพื่อการควบคุมที่ดียิ่งขึ้นเมื่อสวมถุงมือขับรถให้เสน่ห์แบบสปอร์ต นอกจากนี้ ยังมีฟังก์ชันตัวนับโครโนกราฟติดตามวินาที, ชั่วโมง, นาที และมีขอบหน้าปัดจะวัดระยะทางและความเร็วอย่างแม่นยำ

ราคา 65,553 บาท

นาฬิกา Tag Heuer รุ่น Link Diamonds (WBC131G.BA0649)

นาฬิกา Tag Heuer รุ่น Link Diamonds (WBC131G.BA0649)

หรูหราล้ำสมัยด้วยเพชร 48 เม็ด หรูหราและมีสไตล์ในเวลาเดียวกัน สาว ๆ คนไหนที่ชื่นชอบความหรูหรา เราขอแนะนำรุ่นนี้เลยค่ะ มาพร้อมความโดดเด่นด้วยหน้าปัดที่รายล้อมไปด้วยเพชร 0.68 กะรัต 48 เม็ดที่เปล่งประกาย เสริมรายละเอียดลวดลายเรเดียลขนาดเล็กแทนตัวเลขบอกเวลา เข็มชั่วโมง และเข็มนาทีสีโรสโกลด์สุดสง่า ซึ่งตัดกันอย่างลงตัวกับหน้าปัดพื้นหลังสีดำ ทำให้คุณสามารถสวมใส่เข้ากับเสื้อผ้าง่ายและขับลุคให้นาฬิกาดูทันสมัย ตัวเรือนสตีลขนาด 32 มม.ผลิตจากสเตนเลส พร้อมมีสายนาฬิการูปทรงตัว S และประดับโลโก้ TAG HEUER อันเป็นเอกลักษณ์

ราคา 176,244 บาท

นาฬิกา Tag Heuer รุ่น Calibre 16 (CBN2A1AA.FT6228)

นาฬิกา Tag Heuer รุ่น Calibre 16 (CBN2A1AA.FT6228)

มาถึงนาฬิการุ่นที่น่าใช้ที่สุดของ Tag Heuer ในปีนี้ กับนาฬิกาที่ดูภูมิฐาน โฉบเฉี่ยวแต่ดั้งเดิม คลาสสิก ใช้ได้ในหลายโอกาส คอลเลกชัน Carrera รุ่น Calibre 16 นี้เป็นนาฬิกาดีไซน์ล้ำสมัย ที่คงกลิ่นอายนาฬิกาวินเทจ ทำให้มีความคลาสสิก มีความน้อยแต่มาก และเท่ไม่ซ้ำใคร หน้าปัดทรงกลมขนาด 44 มม.ผลิตจากสเตนเลส ทำให้มีความแข็งแรงและทนทาน พร้อมสีตัดกันอย่างลงตัวกับสายยาง Rubber ที่เสริมดีไซน์แปลกใหม่ด้วยการเจาะรู นอกจากนี้ ยังมีฝาหลังขันเกลียวแบบโปร่งใส มองเห็นกลไกการทำงานได้อย่างชัดเจน พร้อมทั้งมีโครโนกราฟอัตโนมัติและฟังก์ชันที่ช่วยเพิ่มความสะดวกอย่างการบอกวันและการจับเวลา

ราคา 173,270 บาท

สรุป

นาฬิกา Tag Heuer รุ่น Calibre 16 (CBN2A1AA.FT6228)

เป็นยังไงกันบ้างครับกับ นาฬิกา Tag Heuer ทั้ง 10 รุ่น ที่เราได้หยิบมาฝากกันใน บทความ 10 นาฬิกา Tag Heuer รุ่นน่าใช้จากเหล่าซีรีย์ดัง ในปี 2023 ที่ถ้าช้าไปแม้แต่นาทีเดียวอาจจะหมดได้แบบไม่ทันตั้งตัว เรื่องนี้ ปฏิเสธไม่ได้จริงว่าผลงานของ Frédéric Arnault เข้ามารับตำแหน่ง CEO ของ TAG Heuer ในปี 2020 ที่ขณะนั้นเขาอายุเพียง 26 ปี และ ได้นำแนวทางใหม่โดยผสมผสานความคลาสสิกและเทคโนโลยีใหม่ เน้นการพัฒนาตลาด SmartWatch และ มุ่งเน้นตลาดจีน เป็นการผลักดันไปในทิศทางที่ถูกต้องมาก ๆ เพราะทำให้แบรนด์โตเร็วขึ้นมาได้อย่างก้าวกระโดดมาก ๆ และ ยังไม่มีที่ท่าว่าจะหยุดในเร็ว ๆ นี้ สำหรับใครที่อยากชมเรื่องราวของแบรนด์นี้เพิ่มเติม เราจะนำมาฝากกันแบบละเอียดอีกครั้งในบทความครั้งถัดไปนะครับ

บทความล่าสุด

หมวดหมู่

TAG