4 นาฬิการุ่นพิเศษหน้าปัดสุดล้ำ ที่ไม่ได้สวยงามเพียงหน้าตาแต่ยังมาพร้อมกับสตอรี่ที่น่าทึ่ง

รีวิวนาฬิกา

ในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปดูสุดยอดของความคิดสร้างสรรค์ ที่อยู่บนนาฬิกาสุดหรูกัน กับบทความ 4 นาฬิการุ่นพิเศษหน้าปัดสุดล้ำ ที่ไม่ได้สวยงามเพียงหน้าตาแต่ยังมาพร้อมกับสตอรี่ที่น่าทึ่ง เรื่องนี้ ที่ในครั้งนี้เราได้คัดเลือกนาฬิกาสุดเจ๋ง ที่มาพร้อมกับกลไกลอันซับซ้อนผสมศิลปะขั้นสูง จนเกิดมาเป็นนาฬิกาที่มีความคิดสร้างสรรค์สุด ๆ ซึ่งจะมีรุ่นอะไรบ้างเราไปรับชมพร้อม ๆ กันเลย

4 นาฬิการุ่นพิเศษหน้าปัดสุดล้ำ ที่ไม่ได้สวยงามเพียงหน้าตาแต่ยังมาพร้อมกับสตอรี่ที่น่าทึ่ง

นาฬิกา MB&F HM8 MARK 2 นาฬิกาสุดล้ำดีไซน์แห่งอนาคต 

นาฬิกา MB&F HM8 MARK 2 นาฬิกาสุดล้ำดีไซน์แห่งอนาคต 
นาฬิกา MB&F HM8 MARK 2 นาฬิกาสุดล้ำดีไซน์แห่งอนาคต 

MB&F (เอ็มบีแอนด์เอฟ) แบรนด์นาฬิกาน้องใหม่จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ผลิตนาฬิกาด้วยความคิดสร้างสรรค์ แปลกใหม่ แหวกแนว และมักจะออกแบบนาฬิกาตามแบบฉบับของตัวเองมากกว่าความต้องการของตลาด มีความเป็นอิสระสูงมาก มุ่งเน้นการดีไซน์นาฬิกาที่ยึดความต้องการของตัวเองเป็นหลัก เพื่อให้นาฬิกาออกมาเป็นตัวเองมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ 

นาฬิกา MB&F HM8 MARK 2 นาฬิกาสุดล้ำดีไซน์แห่งอนาคต 

โดยในปี ค.ศ. 2023 นี้ ทางแบรนด์ MB&F ได้เปิดตัว MB&F HM8 MARK 2 นาฬิกาที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรถแข่ง ซึ่งถูกออกแบบมาให้ดูสปอร์ตและมีลักษณะเป็นเหมือนโรลบาร์ของรถแข่งอยู่บนหน้าปัด ตัวเรือนดีไซน์ให้เป็นเหมือนตัวถังของรถสปอร์ตอันเป็นเอกลักษณ์อย่าง Porsche 918 Spyder โดยโครงฐานตัวเรือนสร้างขึ้นจากไทเทเนียมเกรด 5 มาพร้อมกระจกหน้าปัดแซฟไฟร์ทรงโค้งนูนที่เคลือบสารกันสะท้อนไว้เป็นอย่างดี ซึ่งกระจกทรงนี้มีกระบวนการผลิตที่ซับซ้อนมากเนื่องจากมีความยุ่งยากกว่ากระจกทรงโค้งแบบทั่วไป 

นาฬิกา MB&F HM8 MARK 2 นาฬิกาสุดล้ำดีไซน์แห่งอนาคต 

ซึ่งทั้งหมดนี้ประกอบขึ้นด้วยชิ้นส่วนทั้งหมด 42 ชิ้นเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว มาพร้อมขนาดตัวเรือน 47 x 41.5 x 19 มิลลิเมตร จับคู่มากับสายหนังลูกวัวที่ช่วยเสริมความสปอร์ตเข้าไปได้เป็นอย่างดี ส่วนด้านหลังตัวเรือนเป็นแบบโปร่งใสเผยให้เห็นการทำงานของกลไกอัตโนมัติที่ทำจากทองและถูกขัดแต่งอย่างสวยงาม มาพร้อมฟังก์ชัน Jumping hour และ Trailing minutes module สามารถสำรองพลังงานได้นาน 42 ชั่วโมง และกันน้ำได้ 30 เมตร ซึ่งทั้งหมดนี้หลอมรวมออกมาเป็นนาฬิกาสปอร์ตแหวกแนวและมีสไตล์เป็นของตัวเอง 

นาฬิกา MB&F HM8 MARK 2 นาฬิกาสุดล้ำดีไซน์แห่งอนาคต 

มีราคาอยู่ที่ 68,000 ฟรังก์สวิส หรือ 2,672,903 บาท

นาฬิกา Richard Mille 66 Flying Tourbillon หน้าปัดแบบสเกเลตันแกะสลักด้วยสัญลักษณ์ภาษามือ Devil’s horn 

นาฬิกา Richard Mille 66 Flying Tourbillon หน้าปัดแบบสเกเลตันแกะสลักด้วยสัญลักษณ์ภาษามือ Devil’s horn 
นาฬิกา Richard Mille 66 Flying Tourbillon หน้าปัดแบบสเกเลตันแกะสลักด้วยสัญลักษณ์ภาษามือ Devil’s horn 

Richard Mille แบรนด์นาฬิกาจากประเทศสวิสเซอร์แลนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องมูลค่าความแพง โดดเด่นด้วยตัวเรือนที่มีรูปทรงถังเบียร์สปอร์ตอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยในแต่ละรุ่นจะมีคอนเซ็ปต์ดีไซน์ที่แตกต่างกันออกไป มาพร้อมกับกลไกที่มีความแม่นยำและที่สำคัญคือนาฬิกาทุกเรือนจากแบรนด์ RM จะโดดเด่นด้วยการใช้วัสดุชนิดพิเศษที่มีน้ำหนักเบาและมีความแข็ง ทำให้ Richard Mille ครองใจนักสะสมได้ตั้งแต่แรกเห็นในทันที

นาฬิกา Richard Mille 66 Flying Tourbillon หน้าปัดแบบสเกเลตันแกะสลักด้วยสัญลักษณ์ภาษามือ Devil’s horn 

ซึ่งในปี ค.ศ. 2023 นี้ ทางแบรนด์ได้สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับแฟนคลับด้วยการเปิดตัว RM 66 Flying Tourbillon นาฬิกาแบบสเกเลตันที่ถูกแกะสลักได้อย่างน่าอัศจรรย์ โดดเด่นด้วยมือกระดูกสีทองทำเป็นสัญลักษณ์ Devil Horns ที่ชูนิ้วชี้และนิ้วก้อยขึ้นมา ส่วนนิ้วโป้ง นิ้วกลาง และนิ้วนางจะหุบลงไป ซึ่งการชูนิ้วมือในลักษณะเช่นนี้เป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงเขาปีศาจจึงถูกตั้งชื่อว่า Devil Horns มีการแกะสลักตกแต่งอย่างประณีตและงดงาม ผลิตขึ้นจากวัสดุ 5N Red-Gold เคลือบด้วยกระบวนการ PVD ที่ทำให้ไทเทเนียมกลายเป็นไอแล้วกลายเป็นฟิล์มบาง ขอบตัวเรือนเป็นลวดลายเหมือนคลื่นที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร พร้อมนอตทั้ง 12 ตัวที่ช่วยยึดเข้ากับตัวเรือนได้อย่างหนาแน่น มาพร้อมสุดยอดกลไก Flying Tourbillon บนหน้าปัดที่อยู่บริเวณ 12 นาฬิกา และเพิ่มความพิเศษด้วยการสลักรูปหัวกะโหลกอยู่บริเวณตรงกลางของ Tourbillon ซึ่งมีการเก็บงานอย่างละเอียดในทุกสัดส่วน ทำให้ภาพรวมของนาฬิกานี้มีเสน่ห์และดึงดูดสายตาได้เป็นอย่างดี 

นาฬิกา Richard Mille 66 Flying Tourbillon หน้าปัดแบบสเกเลตันแกะสลักด้วยสัญลักษณ์ภาษามือ Devil’s horn 

ทั้งหมดนี้อยู่บนตัวเรือนวัสดุผสมผสาน Carbon TPT และไทเทเนียม Grade 5 ขนาดตัวเรือน 42.70 มม. x 49.94 มม. หนา 16.15 มม. พร้อมด้านข้างตัวเรือนสลักเป็นลวดลาย Clou de Paris ที่มีลักษณะเป็นเหมือนพีระมิดฐานสี่เหลี่ยมปลายแหลมเคลือบผิวด้วยสีทองอย่างสวยงาม ส่วนบริเวณอื่น ๆ มีการขัดแต่งในรูปแบบที่หลากหลายสลับกันไปแต่เข้ากันได้เป็นอย่างดี ส่วนด้านหลังเป็นแบบเปลือยเผยให้เห็นการทำงานของกลไก In-House ไขลานอัตโนมัติ Calibre RM66 เดินด้วยความถี่ 21,600 ครั้ง/ชั่วโมง สำรองพลังงานได้นาน 72 ชั่วโมง และสามารถกันน้ำได้ลึก 50 เมตร ซึ่งนาฬิการุ่นนี้ถูกผลิตมาในจำนวนจำกัดเพียง 50 เรือนเท่านั้น 

นาฬิกา Richard Mille 66 Flying Tourbillon หน้าปัดแบบสเกเลตันแกะสลักด้วยสัญลักษณ์ภาษามือ Devil’s horn 

มีราคาค่าตัวอยู่ที่ 1,095,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 38 ล้านบาท

นาฬิกา Maurice Lacroix AIKON Skeleton Urban Tribe นาฬิกาสปอร์ตรุ่นพิเศษ

นาฬิกา Maurice Lacroix AIKON Skeleton Urban Tribe นาฬิกาสปอร์ตรุ่นพิเศษ
นาฬิกา Maurice Lacroix AIKON Skeleton Urban Tribe นาฬิกาสปอร์ตรุ่นพิเศษ

Maurice Lacroix (มอริซ ลาครัวซ์) แบรนด์นาฬิกาหรูจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน ผลิตนาฬิกาที่ผสมผสานระหว่างศิลปะและความคิดสร้างสรรค์ให้เข้ากันได้อย่างลงตัว นอกจากนี้แล้วทางแบรนด์ยังได้คิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ อยู่เสมอ ทำให้ได้นาฬิกาที่ทันสมัยและมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร โดยเฉพาะนาฬิกาทรงสปอร์ตโมเดิร์นอย่าง Aikon ที่ได้รับการกล่าวถึงตั้งแต่ครั้งแรกที่เปิดตัว

นาฬิกา Maurice Lacroix AIKON Skeleton Urban Tribe นาฬิกาสปอร์ตรุ่นพิเศษ

และในปี ค.ศ. 2023 ล่าสุดนี้ ทางแบรนด์ได้เปิดตัว Maurice Lacroix AIKON Skeleton Urban Tribe นาฬิกาสปอร์ตสุดหรู โดดเด่นด้วยตัวเรือนและสายสเตนเลสสตีลที่ถูกแกะสลักเป็นลวดลายอย่างสวยงามในทุกมิติ ซึ่งลวดลายนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรอยสักของชาวเมารีผสานเข้ากับลายตกแต่งสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ ทำให้เกิดเป็นลวดลายร่วมสมัยที่แปลกใหม่และสวยงาม ส่วนหน้าปัดเป็นแบบสเกเลตันเผยให้เห็นกลไกที่ถูกขัดแต่งอย่างประณีต โดยหน้าปัดมีขนาดอยู่ที่ 39 มิลลิเมตร หนา 11 มิลลิเมตร พร้อมติดตั้งชุดเข็มและหลักชั่วโมงเป็นทรงแท่งมีมิติโดยมีการเคลือบสารเรืองแสง Super Luminova ไว้เป็นอย่างดี เพื่อให้สามารถอ่านเวลาได้ในที่มืด 

นาฬิกา Maurice Lacroix AIKON Skeleton Urban Tribe นาฬิกาสปอร์ตรุ่นพิเศษ

ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้กระจกแซฟไฟร์ใสกันรอยขีดข่วนได้ดี ส่วนด้านหลังตัวเรือนเป็นแบบโปร่งใสโชว์ให้เห็นกลไกอัตโนมัติ Cal. ML115 ที่ถูกขัดแต่งอย่างงดงามและถูกจัดวางอย่างเป็นระบบ พร้อมประดับทับทิม 26 เม็ด โดยกลไกเดินด้วยความถี่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง และสามารถสำรองพลังงานได้นาน 38 ชั่วโมง พร้อมกันน้ำลึก 200 เมตร ซึ่งนาฬิการุ่นนี้ผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 500 เรือนเท่านั้น 

นาฬิกา Maurice Lacroix AIKON Skeleton Urban Tribe นาฬิกาสปอร์ตรุ่นพิเศษ

ส่วนราคาจะอยู่ที่ 4,250 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 149,872 บาท

Richard Mille RM 72-01 LeMans Classic นาฬิการุ่นสุดพิเศษ ที่ได้แรงบันดาลใจมากจากการแข่ง LeMans

Richard Mille RM 72-01 LeMans Classic นาฬิการุ่นสุดพิเศษ ที่ได้แรงบันดาลใจมากจากการแข่ง LeMans
Richard Mille RM 72-01 LeMans Classic นาฬิการุ่นสุดพิเศษ ที่ได้แรงบันดาลใจมากจากการแข่ง LeMans

Richard Mille (ริชาร์ด มิลล์) แบรนด์นาฬิกาสัญชาติสวิสที่โดดเด่นด้วยตัวเรือนรูปทรงถังเบียร์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบาและแข็งแรงทนทาน โดยการนำวัสดุแห่งอนาคตมาประยุกต์ใช้ผ่านเทคโนโลยีสุดล้ำสมัยในทุกขั้นตอนของกระบวนการผลิต รวมถึงประสิทธิภาพของกลไกที่มีความแม่นยำมาก นาฬิกาจึงเปี่ยมไปด้วยคุณภาพขั้นสูงสุดและมีมูลค่าที่สูงตามไปด้วย

Richard Mille RM 72-01 LeMans Classic นาฬิการุ่นสุดพิเศษ ที่ได้แรงบันดาลใจมากจากการแข่ง LeMans

โดยในปี ค.ศ. 2023 ล่าสุดนี้ เป็นวาระครบรอบ 100 ปีของการจัดการแข่งขันรถยนต์ที่มีชื่อว่า Le Mans (เลอ มังส์) ทางแบรนด์ Richard Mille จึงได้เปิดตัวนาฬิกา Richard Mille RM 72-01 Le Mans Classic เพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสสำคัญนี้ ซึ่งนาฬิการุ่นนี้โดดเด่นด้วยตัวเรือนสีขาวสลับเขียว จับคู่มากับสายสีขาวที่เชื่อมเข้ากันได้อย่างแนบเนียน พร้อมหน้าปัดเป็นแบบ Open-Worked ที่เผยให้เห็นโครงสร้างของกลไกที่ถูกจัดวางอย่างลงตัว ติดตั้งหน้าปัดย่อย 3 วงที่มีการแต่งแต้มสีแดง สีขาว และสีส้ม เข้าไปบางส่วน เพื่อเพิ่มสีสันที่สะดุดตาให้สามารถอ่านค่าต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจน ที่สำคัญคือในส่วนของโครงหน้าปัดจะเป็นลายแฉกที่มีองศาเอียงเหมือนกับล้อแม็กพร้อมขอบยางสีขาว นอกจากนี้ยังมีป้ายสัญลักษณ์การแข่งขัน Le Mans Classic ประดับอยู่บริเวณตำแหน่ง 10 – 11 นาฬิกา เพื่อสื่อถึงการแข่งรถยนต์ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังติดตั้งหน้าต่างวันที่สุดเท่ในรูปแบบแนวดิ่งที่ไม่เหมือนใครอยู่บริเวณตำแหน่ง 7 นาฬิกา พร้อมติดตั้งเข็มจับเวลาวินาทีสีเทาแต้มแดงตรงปลาย ในขณะที่เข็มจับเวลานาทีแต้มปลายสีส้มและเข็มวินาทีแต้มปลายสีเขียว ส่วนการจับเวลาเป็นหน่วยชั่วโมง จะสามารถจับเวลาได้นานถึง 24 ชั่วโมงเท่ากันกับเวลาในการแข่งขันรถยนต์ 

Richard Mille RM 72-01 LeMans Classic นาฬิการุ่นสุดพิเศษ ที่ได้แรงบันดาลใจมากจากการแข่ง LeMans

ทั้งหมดนี้อยู่บนตัวเรือนที่ผลิตจากวัสดุ Quartz TPT® ที่มีผิวสัมผัสไม่เหมือนใคร มีน้ำหนักเบาและมีความทนทานสูง โดยตัวเรือนเป็นทรงถังเบียร์อันเป็นเอกลักษณ์ ขนาด 38.4 x 47.34 มิลลิเมตร หนา 11.68 มิลลิเมตร ส่วนด้านหลังตัวเรือนเป็นแบบเปลือยโชว์ให้เห็นกลไกที่ถูกขัดแต่งอย่างประณีตและสวยงาม ขับเคลื่อนการทำงานด้วยกลไกโครโนกราฟ In-House Calibre CRMC1 เดินด้วยความถี่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง และกันน้ำลึกได้ 30 เมตร 

Richard Mille RM 72-01 LeMans Classic นาฬิการุ่นสุดพิเศษ ที่ได้แรงบันดาลใจมากจากการแข่ง LeMans

มีราคาอยู่ที่ 335,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 11,781,782 บาท

สรุป

Richard Mille RM 72-01 LeMans Classic นาฬิการุ่นสุดพิเศษ ที่ได้แรงบันดาลใจมากจากการแข่ง LeMans

แล้วก็จบลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับ บทความ 4 นาฬิการุ่นพิเศษหน้าปัดสุดล้ำ ที่ไม่ได้สวยงามเพียงหน้าตาแต่ยังมาพร้อมกับสตอรี่ที่น่าทึ่ง เรื่องนี้ เป็นยังไงกันบ้างครับกับนาฬิกาทั้ง 4 เรือน ที่มาพร้อมกับกลไกลอันซับซ้อน และ ศิลปะขั้นสูงบนหน้าปัดนาฬิกา ที่รวมอยู่ในเรือนเดียวกันเช่นนี้ จึงทำให้ทั้ง 4 รุ่นนี้ กลายเป็นรุ่นที่นักสะสมหมายตาเอามาก ๆ และ ราคาก็ขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยเช่นกัน

บทความล่าสุด

หมวดหมู่

TAG