4 นาฬิการุ่นพิเศษ Limited Edition รุ่นน่าสะสมสำหรับคุณผู้หญิง ที่มาพร้อมกับหน้าปัดอันสวยงามและดีเทลที่เป็นเอกลักษณ์ชัดเจน

นาฬิการุ่นพิเศษ Limited Edition

ในเมื่อเราพาเพื่อน ๆ ไปชม นาฬิกา Limited Edition หลาย ๆ รุ่นกันไปแล้ว ในบทความ 4 นาฬิการุ่นพิเศษ Limited Edition รุ่นน่าสะสมสำหรับคุณผู้หญิง ที่มาพร้อมกับหน้าปัดอันสวยงามและดีเทลที่เป็นเอกลักษณ์ชัดเจน เรื่องนี้ ก็ถึงคิวของ นาฬิการุ่นน่าสะสมของคุณผู้หญิงกันแล้ว บอกเลยว่ามีแต่นาฬิกาสวย ๆ เจ๋ง ๆ ไม่แพ้ของผู้ชายเลย ซึ่งจะมีรุ่นอะไรบ้างเราไปรับชมพร้อม ๆ กันด้านล่างเลย

4 นาฬิการุ่นพิเศษ Limited Edition รุ่นน่าสะสมสำหรับคุณผู้หญิง ที่มาพร้อมกับหน้าปัดอันสวยงามและดีเทลที่เป็นเอกลักษณ์ชัดเจน

นาฬิกา Omega Moonswatch X Snoopy on Moonphase นาฬิการุ่นพิเศษสีขาวสง่า ที่มี Snoopy อยู่รอบ ๆตัวเรือน

นาฬิกา Omega Moonswatch X Snoopy on Moonphase นาฬิการุ่นพิเศษสีขาวสง่า ที่มี Snoopy อยู่รอบ ๆตัวเรือน
นาฬิกา Omega Moonswatch X Snoopy on Moonphase นาฬิการุ่นพิเศษสีขาวสง่า ที่มี Snoopy อยู่รอบ ๆตัวเรือน

กลับมาอีกครั้งกับการร่วมมือกันระหว่างแบรนด์ Omega กับ Swatch ที่ได้นำเรือนเวลา Speedmaster Moonwatch ในตำนาน มาสร้างสรรค์ใหม่เป็นนาฬิกาในคอลเลกชัน “Bioceramic MoonSwatch” โดยล่าสุดนี้ได้เปิดตัวนาฬิกา Mission to the Moonphase ใน MoonSwatch รุ่นใหม่ล่าสุด ที่มาในคอนเซ็ปต์ Full Moon โดยจะใช้สี Tone-on-Tone คือสีขาวล้วน หน้าปัดจึงโดดเด่นด้วยสีขาวล้วนผิวสัมผัสแบบด้าน มาพร้อม 3 หน้าปัดย่อย ที่ตำแหน่ง 2 นาฬิกา ประกอบไปด้วยสเกล 29.5 วัน ซึ่งคือระยะเวลาที่ดวงจันทร์ใช้โคจรรอบโลกให้เราได้เห็นเป็นพระจันทร์เต็มดวงต่อรอบนั่นเอง 

นาฬิกา Omega Moonswatch X Snoopy on Moonphase นาฬิการุ่นพิเศษสีขาวสง่า ที่มี Snoopy อยู่รอบ ๆตัวเรือน

พร้อมทั้งหน้าปัดย่อยจับเวลาเป็นนาทีอยู่บริเวณ 10 นาฬิกา และบริเวณ 6 นาฬิกาทำหน้าที่แสดงเวลาเป็นวินาที ซึ่งตัวเลขและสเกลบนหน้าปัดทั้งหมดนี้จะเป็นสีดำตัดกับสีขาวของหน้าปัดได้อย่างเด่นชัดและสวยงาม มีการประดับขีดบอกเวลารอบหน้าปัด เข็มชั่วโมง เข็มนาที และเข็มวินาทีอยู่ตรงกลางหน้าปัด ซึ่งทั้งหมดนี้เคลือบด้วยสารเรืองแสง Super-LumiNova® ที่ทำให้สามารถอ่านเวลาได้อย่างชัดเจนในที่มืด เพิ่มความพิเศษด้วยฟังก์ชันข้างขึ้นข้างแรม (Moonphase) ที่อยู่บริเวณ 2 นาฬิกา พร้อมทั้งมีคัตเอาต์และจานหมุนเพื่อแสดงข้างขึ้น-ข้างแรมของดวงจันทร์ ซึ่งจะมีข้อความลับซ่อนอยู่ คือเมื่อโดนแสงยูวีจะเห็นพระจันทร์และดวงดาวเปล่งแสงสีฟ้างดงามตระการตาพร้อมปรากฏประโยคที่เขียนไว้ว่า I Can’t Sleep Without a Night Light! ซึ่งเป็นคำคมจากการ์ตูนเรื่อง Snoopy อยู่ท่ามกลางจันทร์เสี้ยวและหมู่ดาว มีการประดับตกแต่งด้วยตัวอักษร OMEGA X Swatch พร้อมโลโก้ Speedmaster อันเป็นเอกลักษณ์ และโลโก้ MoonSwatch อยู่บนหน้าปัดจัดวางอย่างสมมาตรในจุดต่าง ๆ บนขอบหน้าปัดเป็นมาตรวัดความเร็วที่พิมพ์ด้วยสีดำตัดกับสีหน้าปัดได้เป็นอย่างดี 

นาฬิกา Omega Moonswatch X Snoopy on Moonphase นาฬิการุ่นพิเศษสีขาวสง่า ที่มี Snoopy อยู่รอบ ๆตัวเรือน

มาพร้อมตัวเรือนทำจากวัสดุ Bioceramic สีขาว ขนาด 42 มิลลิเมตร หนา 13.75 มิลลิเมตร จับคู่มากับสาย VELCRO® สีขาวเข้ากับตัวเรือนได้เป็นอย่างดี ส่วนฝาหลังเป็นแบบปิดทึบสลักรูปดวงจันทร์และคำว่า Mission to the Moon ขับเคลื่อนการทำงานด้วยกลไกควอตซ์ และสามารถกันน้ำได้ 30 เมตร โดยนาฬิการุ่นนี้จะวางจำหน่ายเฉพาะที่ร้านบูติกของ Swatch ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคมเป็นต้นไป 

นาฬิกา Omega Moonswatch X Snoopy on Moonphase นาฬิการุ่นพิเศษสีขาวสง่า ที่มี Snoopy อยู่รอบ ๆตัวเรือน

มีราคาอยู่ที่ 11,200 บาท

นาฬิกา Omega Mini De Ville Mini Trésor นาฬิกาสีแดงสุดร้อนแรง

นาฬิกา Omega Mini De Ville Mini Trésor นาฬิกาสีแดงสุดร้อนแรง
นาฬิกา Omega Mini De Ville Mini Trésor นาฬิกาสีแดงสุดร้อนแรง

Omega แบรนด์นาฬิกาจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน ผลิตนาฬิกาออกมาแล้วมากมายหลากหลายรุ่น พร้อมด้วยคุณสมบัติอันโดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นด้านเทคนิค ด้านการดีไซน์ รวมถึงนวัตกรรมต่าง ๆ ที่ทางแบรนด์ได้พัฒนาและต่อยอดมาเรื่อย ๆ จนทำให้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

นาฬิกา Omega Mini De Ville Mini Trésor นาฬิกาสีแดงสุดร้อนแรง

หากจะกล่าวถึงนาฬิกาสำหรับสุภาพสตรีของแบรนด์ Omega ก็ต้องเป็นคอลเลกชัน De Ville อย่างแน่นอน ซึ่งมีคอลเลกชันย่อยอย่างหลากหลาย แต่หากเน้นการออกแบบร่วมสมัยที่งดงามที่สุดต้องยกให้ Mini Trésor ที่ผสานความประณีตงดงามและความทันสมัยเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว โดยในปี ค.ศ. 2024 นี้ ทางแบรนด์ได้เปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่ล่าสุด Omega Mini De Ville Mini Trésor สำหรับวันวาเลนไทน์ โดดเด่นด้วยหน้าปัดสีขาวที่ผ่านการเคลือบด้วยเทคนิค “Grand Feu” ตัดกับสีแดงของหลักชั่วโมงที่เป็นตัวเลขโรมัน พิมพ์โลโก้แบรนด์ด้วยสีแดงอยู่บริเวณตำแหน่ง 12 นาฬิกา ตัดกับสีทองของชุดเข็มที่ดูเรียบง่ายและสวยงาม ขอบหน้าปัดประดับเพชรที่เรียงรายไปตามแนวโค้งของตัวเรือน 

นาฬิกา Omega Mini De Ville Mini Trésor นาฬิกาสีแดงสุดร้อนแรง

โดยที่ทั้งสองฝั่งเยื้องกันอย่างสง่างาม คลุมด้วยกระจกแซฟไฟร์ทรงโดมพร้อมเคลือบสารกันแสงสะท้อนด้านใน และมีความทนทานต่อรอยขีดข่วน ติดตั้งเม็ดมะยมอยู่ฝั่งขวามือที่แกะสลักเป็นเหมือนดอกไม้ ทั้งหมดนี้อยู่บนตัวเรือนทอง Moonshine™ ขนาด 26 มิลลิเมตร หนา 7.5 มิลลิเมตร จับคู่มากับสายหนังจระเข้ (Alligator Leather) สีแดงที่เข้ากันได้ดีกับตัวเรือน ฝาหลังตัวเรือนปิดทึบสลักรูปดอกไม้อย่างสวยงามตระการตา ขับเคลื่อนการทำงานด้วยกลไกควอตซ์ Caliber Omega 4061 ที่สามารถทำงานได้ยาวนาน 48 เดือน และกันน้ำลึก 30 เมตร ซึ่งภาพรวมของนาฬิการุ่นนี้ให้ลุคที่เรียบหรูดูแพง สะกดทุกสายตาได้เป็นอย่างดี 

นาฬิกา Omega Mini De Ville Mini Trésor นาฬิกาสีแดงสุดร้อนแรง

โดยมีราคาอยู่ที่ 329,000 บาท

นาฬิกา Breguet Reine de Naples 8925 Valentine’s Day Edition 2024 นาฬิกาสุดหรูหรา

นาฬิกา Breguet Reine de Naples 8925 Valentine’s Day Edition 2024 นาฬิกาสุดหรูหรา
นาฬิกา Breguet Reine de Naples 8925 Valentine’s Day Edition 2024 นาฬิกาสุดหรูหรา

Breguet (เบรเกต์) แบรนด์นาฬิกาหรูสัญชาติสวิสอันทรงคุณค่า ได้สร้างสรรค์นาฬิกามาแล้วมากมายหลากหลายรุ่น รวมถึงได้มีการนำทักษะความเชี่ยวชาญที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานมาพัฒนาต่อยอดให้ดียิ่งขึ้นไปอีกระดับ เช่น การออกแบบหน้าปัดและตัวเรือนอันเป็นเอกลักษณ์ที่ผสานเข้ากันได้อย่างสวยงาม นอกจากนี้แล้ว ทางแบรนด์ยังได้พัฒนากลไกให้มีความเที่ยงตรงสูงสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ตลอดจนการดีไซน์ร่วมสมัยที่ทำให้ผู้คนหลงใหลในความงดงามของเรือนเวลาได้อย่างไม่เสื่อมคลาย

นาฬิกา Breguet Reine de Naples 8925 Valentine’s Day Edition 2024 นาฬิกาสุดหรูหรา

โดยในช่วงปลายปี ค.ศ. 2023 ที่ผ่านมานี้ ทางแบรนด์ได้เปิดตัวนาฬิกา Breguet Reine de Naples 8925 Valentine’s Day Edition 2024 เพื่อสื่อถึงความรักสำหรับวันวาเลนไทน์ที่จะถึงในปีนี้ โดดเด่นด้วยหน้าปัดเปลือกหอยมุก (Mother-Of-Pearl) ล้อมรอบขอบหน้าปัดด้วยเพชรเม็ดงาม 73 เม็ด กรอบหน้าปัดด้านในประดับทับทิมสีแดงจำนวน 66 เม็ด สื่อถึงสีวันแห่งความรักได้เป็นอย่างดี หลักชั่วโมงเป็นตัวเลขอารบิกที่มีลักษณะเฉพาะตัว เรียงจากขนาดเล็กด้านล่าง ไปสู่ตัวเลขขนาดใหญ่ด้านบน ติดตั้งชุดเข็มชั่วโมง-นาทีสีแดงอยู่บริเวณเกือบด้านล่างของหน้าปัด นอกจากนี้ขานาฬิกาด้านล่างยังประดับเพชรและถูกออกแบบให้เชื่อมต่อกับสายนาฬิกาได้อย่างลงตัว อีกทั้งยังมีการติดตั้งเม็ดมะยมสีแดงอยู่ตรงบริเวณ 4 นาฬิกา 

นาฬิกา Breguet Reine de Naples 8925 Valentine’s Day Edition 2024 นาฬิกาสุดหรูหรา

ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่บนตัวเรือนไวท์โกลด์ทรงไข่ ขนาด 24.95 x 33.0 มิลลิเมตร หนา 8.5 มิลลิเมตร จับคู่มากับสายหนังจระเข้สีแดงเข้ากับธีมของนาฬิกาได้เป็นอย่างดี ทำให้ภาพรวมของนาฬิกาเรือนนี้ดูงดงามและดูหรูหรา เหมาะกับคุณผู้หญิงเป็นอย่างมาก ส่วนด้านหลังตัวเรือนเป็นแบบโปร่งใสบริเวณด้านล่างเผยให้เห็นการทำงานของกลไกอัตโนมัติ In-House Calibre 586/1 ประดับทับทิมกันสึก 29 เม็ด สำรองพลังงานได้นาน 38 ชั่วโมง กันน้ำได้ลึก 30 เมตร ผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 28 เรือนเท่านั้น 

นาฬิกา Breguet Reine de Naples 8925 Valentine’s Day Edition 2024 นาฬิกาสุดหรูหรา

ราคา 42,300 ยูโร หรือ 1,623,267 บาท

นาฬิกา Frederique Constant X The Avener Limited-Edition Highlife นาฬิกาที่ได้แรงบันดาลใจมาจากคลื่นดนตรี

นาฬิกา Frederique Constant X The Avener Limited-Edition Highlife นาฬิกาที่ได้แรงบันดาลใจมาจากคลื่นดนตรี
นาฬิกา Frederique Constant X The Avener Limited-Edition Highlife นาฬิกาที่ได้แรงบันดาลใจมาจากคลื่นดนตรี

Frederique Constant (เฟรเดริก คองสตอง) แบรนด์นาฬิกาจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีวิสัยทัศน์ในการสร้างสรรค์นาฬิกาโดยใช้กลไกจักรกลแบบคลาสสิก มีคุณภาพสูง และสามารถเข้าถึงได้ง่าย ซึ่งทางแบรนด์มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ จนสามารถผลิตชิ้นส่วนกลไกและประกอบขึ้นเองได้ตามมาตรฐานที่วางไว้ ตลอดจนการออกแบบรูปลักษณ์ของนาฬิกาให้สวยงามและมีความคลาสสิกในแบบเฉพาะตัว

นาฬิกา Frederique Constant X The Avener Limited-Edition Highlife นาฬิกาที่ได้แรงบันดาลใจมาจากคลื่นดนตรี

โดยในปี ค.ศ. 2023 ทางแบรนด์ Frederique Constant ได้ร่วมมือกับ Tristan Casara นักดนตรีและโปรดิวเซอร์ชาวฝรั่งเศส หรือที่ผู้คนรู้จักกันในวงการว่า The Avener เพื่อสร้างสรรค์นาฬิการุ่นพิเศษ โดดเด่นด้วยหน้าปัดที่ตกแต่งลวดลายสีกราฟิกอีควอไลเซอร์ (Equaliser) ซึ่งเป็นเหมือนกราฟปรับความถี่ขึ้นลงของคลื่นเสียงสีน้ำเงินที่ปรากฏบนจอภาพสตูดิโอ ประดับสเกลแบบขีดอยู่รอบหน้าปัด และติดตั้งหน้าต่างวันที่อยู่บริเวณตำแหน่ง 6 นาฬิกา ส่วนบริเวณตำแหน่ง 12 นาฬิกา มีการสลักชื่อแบรนด์ FREDERIQUE CONSTANT และคำว่า GENEVE ไว้อย่างสวยงาม มาพร้อมชุดเข็มและหลักชั่วโมงมีมิติซึ่งถูกจัดวางไว้ที่ตำแหน่ง 3, 6, 9 และ 12 นาฬิกา พร้อมเคลือบด้วยสารเรืองแสงสีขาวไว้เพื่อให้อ่านเวลาได้อย่างชัดเจนในที่มืด 

นาฬิกา Frederique Constant X The Avener Limited-Edition Highlife นาฬิกาที่ได้แรงบันดาลใจมาจากคลื่นดนตรี

ทั้งหมดนี้อยู่บนตัวเรือนสเตนเลสสตีลสีเงินขัดผิวแบบซาตินสลับกับขัดเงา ขนาด 39 มิลลิเมตร หนา 10.34 มิลลิเมตร จับคู่มากับสายสเตนเลสสตีลสลับขัดมันตรงข้อกลาง ส่วนด้านหลังตัวเรือนเป็นแบบโปร่งใสเผยให้เห็นกลไกที่ขัดแต่งอย่างประณีตและสวยงาม ขับเคลื่อนการทำงานด้วยกลไกอัตโนมัติ Caliber FC-303 เดินด้วยความถี่ 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง และสามารถสำรองพลังงานได้นาน 38 ชั่วโมง ซึ่งนาฬิการุ่นนี้จะมีทั้งหมด 2 รุ่น อีกรุ่นจะเป็นตัวเรือนสีดำ โดยทั้งสองรุ่นถูกผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 432 เรือนเท่านั้น 

นาฬิกา Frederique Constant X The Avener Limited-Edition Highlife นาฬิกาที่ได้แรงบันดาลใจมาจากคลื่นดนตรี

มีราคาอยู่ที่ 80,935 บาทสำหรับรุ่นนี้

สรุป

นาฬิกา Frederique Constant X The Avener Limited-Edition Highlife นาฬิกาที่ได้แรงบันดาลใจมาจากคลื่นดนตรี

แล้วก็จบกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับบทความ 4 นาฬิการุ่นพิเศษ Limited Edition รุ่นน่าสะสมสำหรับคุณผู้หญิง ที่มาพร้อมกับหน้าปัดอันสวยงามและดีเทลที่เป็นเอกลักษณ์ชัดเจน เรื่องนี้ และก่อนจะจากกันไป เพื่อน ๆ สังเกตุกันไหมครับว่านาฬิการุ่นพิเศษสำหรับผู้หญิงส่วนใหญ่ จะผลิตออกมาในสไตล์ Dress Watch เป็นหลักจะไม่หลากหลายเท่าผู้ชาย เพื่อให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของลูกค้ามากที่สุดนั่นเอง

บทความล่าสุด

หมวดหมู่

TAG