10 ฟังก์ชันของนาฬิกาที่คุณควรรู้จัก และ 4 เหตุผลที่จะบอกว่าทำไมคุณถึงควรใส่นาฬิกา

ฟังก์ชันของนาฬิกา

หากพูดถึงนาฬิกาหรูระดับโลกแล้วนั้น นอกจากการเก็บงานที่สวยงาม ฟังก์ชันก็เป็นตัวกำหนดราคาของนาฬิกาได้เป็นอย่างดี ยิ่งนาฬิกามีฟังก์ชันที่ซับซ้อนมากเท่าไหร่ราคาก็ยิ่งสูงมากขึ้นเท่านั้น สังเกตได้จากนาฬิกาที่ได้ชื่อว่า Grand Complication จะมีฟังก์ชันซับซ้อนและเป็น Master piece ทางด้าน Horology จึงทำให้นาฬิกามีมูลค่าสูง ดังนั้นในบทความ 10 ฟังก์ชันของนาฬิกาที่คุณควรรู้จัก และ 4 เหตุผลที่จะบอกว่าทำไมคุณถึงควรใส่นาฬิกา เรื่องนี้ เราจะพาทุกคนมาทำความรู้จักฟังก์ชันแต่ละอย่างว่าคืออะไร และทำงานอย่างไร และ พาไปชมเหตุผลที่คุณควรสวมใส่นาฬิกาข้อมือกัน

10 ฟังก์ชันของนาฬิกาที่คุณควรรู้จัก

ฟังก์ชันวันที่ (Date) 

ฟังก์ชันวันที่ (Date) 

เริ่มต้นกันที่ฟังก์ชันพื้นฐานอย่างฟังก์ชันบอกวันที่ โดยปกติแล้วจะแสดงวันที่ 1 – 31 ฉะนั้นจึงต้องปรับวันที่ใหม่ในทุก ๆ เดือน เนื่องจากระบบกลไกของนาฬิกาไม่สามารถคำนวณได้ว่าเดือนไหนมี 30 หรือ 31 วัน

ฟังก์ชันปฏิทินรายปี (Annual Calendar)

ฟังก์ชันปฏิทินรายปี (Annual Calendar)

ฟังก์ชันปฏิทินรายปี เป็นฟังก์ชันที่อัปเกรดขึ้นมาจากวันที่ เพราะสามารถบอกได้ทั้งวัน วันที่ และ เดือน ซึ่งจะแสดงผลปฏิทินแบบรายปี โดยสามารถบอกวันสิ้นเดือนของแต่ละเดือนที่ต่างกันได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ โดยไม่ต้องปรับตั้งใหม่ในแต่ละเดือน แต่จะต้องปรับตั้งค่าใหม่ปีละ 1 ครั้งเท่านั้น เพราะจะไม่สามารถแยกปีอธิกสุรทิน (Leap Year) ได้ ซึ่งถือว่าเป็นฟังก์ชันที่มีความซับซ้อนและได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน

ฟังก์ชันปฏิทินถาวร (Perpetual Calendar)

ฟังก์ชันปฏิทินถาวร (Perpetual Calendar)

ฟังก์ชันปฏิทินถาวร เป็นสุดยอดฟังก์ชันบอกวันที่ ที่ต่อยอดจากการคำนวณทางดาราศาสตร์และคณิตศาสตร์ที่มีความแม่นยำเป็นอย่างมาก โดยระบบฟังก์ชันปฏิทินถาวรมีความสามารถในการปรับวันที่ได้โดยอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นเดือนที่มี 30 หรือ 31 วัน แม้แต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่มี 28 หรือ 29 วัน และยังบอกปีได้ถูกต้องด้วย อีกทั้งยังนิยมออกแบบให้มีการแสดงวัน เดือน และปี อธิกสุรทิน (Leap Year) รวมอยู่ด้วย ซึ่งนาฬิกาหลายรุ่นจะสามารถบอกปีได้อย่างถูกต้องยาวนานถึงปี 2100 เลยทีเดียว

ฟังก์ชันข้างขึ้นข้างแรม (Moonphase)

ฟังก์ชันข้างขึ้นข้างแรม (Moonphase)

ฟังก์ชันข้างขึ้นข้างแรม คือฟังก์ชันที่แสดงวงโคจรของดวงจันทร์ ซึ่งการเคลื่อนที่ของดวงจันทร์นี้สามารถคาดการณ์การเกิดน้ำขึ้นน้ำลงได้ และสามารถบอกวันพระจันทร์เต็มดวงได้อย่างแม่นยำ

ฟังก์ชันโครโนกราฟ (Chronograph)

ฟังก์ชันโครโนกราฟ (Chronograph)

โครโนกราฟ คือ ฟังก์ชันจับเวลาที่มักจะอยู่ในนาฬิกาที่มีราคาแพง เนื่องจากเป็นฟังก์ชันที่ซับซ้อนและยอดนิยมในนาฬิกาชั้นสูงเลยก็ว่าได้ ซึ่งหน้าปัดโครโนกราฟจะมีหน้าปัดย่อยสำหรับจับเวลา นาที และชั่วโมง เพราะถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในการจับเวลาการแข่งขันกีฬาด้านความเร็ว ส่วนมากจะใช้จับเวลาการแข่งรถ และขอบหน้าปัดก็มักจะเป็นมาตราวัดความเร็วแบบ Tachymeter เมื่อเข็มวินาทีหยุดอยู่ตรงตำแหน่งใดให้อ่านค่า Tachymeter ตรงตำแหน่งนั้น ซึ่งฟังก์ชันโครโนกราฟจะมีการพัฒนาแยกปุ่ม Start-Stop และปุ่ม Reset ให้อยู่คนละปุ่ม ส่วนนาฬิกาโครโนกราฟที่มีฟังก์ชันฟลายแบ็ก (Flyback) ก็คือนาฬิกาที่สามารถกดรีเซ็ตและเริ่มต้นจับเวลาใหม่ได้ทันทีโดยไม่ต้องกดปุ่ม Stop ก่อน เพียงกดปุ่มควบคุมการทำงานเพียงปุ่มเดียวก็สามารถจับเวลาครั้งใหม่ได้ทันท่วงที

ฟังก์ชันโครโนกราฟคู่ (Double chronograph)

ฟังก์ชันโครโนกราฟคู่ (Double chronograph)

ฟังก์ชันโครโนกราฟคู่ หรือ Split Second Chronograph เป็นฟังก์ชันที่อัปเดตมาจากโครโนกราฟปกติ แต่ฟังก์ชันนี้จะสามารถจับเวลาสองรายการแยกกันได้ เช่น สามารถใช้จับเวลาของนักวิ่ง 2 คนได้พร้อมกันเพื่อดูว่าใครเข้าเส้นชัยที่เวลาเท่าไหร่ หรือสามารถใช้จับเวลานักแข่งรถได้ถึง 2 คน เพื่อเปรียบเทียบเวลาแต่ละรอบของแต่ละคนพร้อมกับเวลาโดยรวมของทั้งการแข่งขันเอง

ฟังก์ชันแสดงเวลา 2 โซน (GMT)

ฟังก์ชันแสดงเวลา 2 โซน (GMT)

ฟังก์ชันแสดงเวลา 2 โซน หรือที่ทุกคนมักจะเรียกว่าฟังก์ชัน GMT นั่นเอง โดยหลักในการทำงานของฟังก์ชันนี้จะสามารถแสดงเขตเวลาที่ต่างกันสองเขตพร้อมกันได้ ภายใต้กรอบเวลา 12 ชั่วโมง พร้อมกับการระบุช่วงเวลากลางวันและกลางคืน ซึ่งผู้ใช้งานส่วนใหญ่มักจะปรับหน้าปัดหลักแสดงเวลา Local Time และใช้หน้าปัดย่อยแสดงเวลา Home Time เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการใช้งาน นาฬิกาที่มีฟังก์ชันนี้จึงสำหรับคนที่ชอบเดินทางไปต่างประเทศบ่อย ๆ และจะสามารถใช้งานนาฬิกาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพด้วย

ฟังก์ชันเวิลด์ ไทม์ (World Time)

ฟังก์ชันเวิลด์ ไทม์ (World Time)

ฟังก์ชันเวิลด์ ไทม์ เป็นสุดยอดนวัตกรรมของนาฬิกาชั้นสูง ที่สามารถบอกเวลาของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกได้พร้อมกัน โดยขอบหน้าปัดจะแสดงชื่อเมืองซึ่งเป็นแทนของไทม์โซนต่าง ๆ ทั่วโลก ใช้อ่านควบคู่กับสเกล 24 ชั่วโมง ซึ่งจะทำให้ทราบเวลาของทุกเขตเวลาโลกได้ในขณะเดียวกันได้อย่างง่ายดาย

ฟังก์ชันทูร์บิญอง (Tourbillon)

ฟังก์ชันทูร์บิญอง (Tourbillon)

ฟังก์ชันทูร์บิญอง เป็นฟังก์ชันที่ช่วยให้นาฬิกาทำงานได้อย่างเที่ยงตรงและแม่นยำ และเป็นฟังก์ชันที่เพิ่มมูลค่าของนาฬิกาให้สูงมากเลยทีเดียว เนื่องจากเป็นฟังก์ชันที่ซับซ้อนมากจึงต้องใช้ความชำนาญและทักษะขั้นสูงในการรังสรรค์ทูร์บิญองให้ออกมาสวยงามมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ เป็นเหมือนการโชว์งานศิลป์ที่อยู่ในรูปแบบของกลไก

ฟังก์ชันมินิท รีพีทเตอร์ (Minute Repeater)

ฟังก์ชันมินิท รีพีทเตอร์ (Minute Repeater)

ฟังก์ชัน มินิท รีพีทเตอร์ คือกลไกที่เก่าแก่ มีอายุมามากกว่า 200 ปี ถูกออกแบบมาเพื่อบอกเวลาในที่มืดด้วยเสียง ซึ่งจะบอกเวลาผ่านเสียงระฆัง โดยจะบอกเวลาเป็นชั่วโมง ครึ่งชั่วโมง และนาที เมื่ออยากรู้เวลาในขณะนั้น ก็สามารถเลื่อนหรือกดปุ่มข้างตัวเรือนเพื่อให้ระบบเสียงทำงานได้ทันที และถือว่าเป็นฟังก์ชันที่ซับซ้อนที่สุดของนาฬิกาเลยก็ว่าได้ ซึ่งในปัจจุบันหลาย ๆ แบรนด์ก็ได้ยกระดับความซับซ้อนนี้ให้นาฬิกาสามารถบรรเลงเสียงออกมาเป็นเพลงได้ อย่างเช่น นาฬิกา Jaeger-LeCoultre Master Grande Tradition Gyrotourbillon Westminster Perpétuel ที่บรรเลงเป็นเสียงเพลงได้อย่างน่าอัศจรรย์ และจะเห็นฟังก์ชันนี้ได้ในนาฬิกาที่มีราคาสูงในระดับ Grand Complication เพียงเท่านั้น

5 เหตุผลที่ควรใส่นาฬิกา 

นาฬิกาบ่งบอกสไตล์ของคุณ
  1. นาฬิกาบ่งบอกสไตล์ของคุณ

นาฬิกาเพียงเรือนเดียวสามารถส่งข้อความโดยนัย เรื่องสไตล์ของคุณได้มากกว่าที่คิด หากคุณสวม Fitbit หรือ Fitness Tracker ต่าง ๆ นั่นอาจหมายความว่าคุณเป็นคนรักสุขภาพหรือชอบเล่นกีฬา หรือถ้าหากคุณสวม Dress Watch หรือ Apple Watch คุณอาจเป็นคนที่ชอบความเรียบง่ายที่แฝงความหรูหรา และถ้าคุณต้องการแสดงภูมิฐานอย่างเต็มที่คุณก็สามารถเลือกสวมใส่นาฬิกาที่ทำจากทองคำ หรือประดับเพชรได้อย่าง Patek Phillippe ส่วนบุคคลสำคัญนั้นอาจเลือกเรือนเวลาจากแบรนด์ที่มีชื่อเสียงอย่าง Rolex เพื่อให้เข้ากับฐานะและตำแหน่ง

นาฬิกาช่วยเสริมลุคให้คอมพลีท
  1. นาฬิกาช่วยเสริมลุคให้คอมพลีท

ลุคของผู้ชายนั้นอยู่ที่เสื้อผ้าหน้าผม 90% ส่วนอีก 10% ที่ทำให้ชายหนุ่มแต่ละท่านแตกต่างกันก็คือ “เครื่องประดับ” ซึ่งเมื่อเทียบกับผู้หญิงแล้วเครื่องประดับของผู้ชายนั้นมีค่อนข้างจำกัด และเท่าที่เห็นมานั้นหนุ่ม ๆ มักจะมีแค่นาฬิกาข้อมือ กำไลข้อมือ คัฟลิงค์ และแหวนแต่งงาน รวมทั้งหมด 4 ชิ้น และในบรรดา 4 ชิ้นนี้ก็มีเพียง “นาฬิกา” เท่านั้น ที่สามารถสร้างความแตกต่างได้มากที่สุดถึงขนาดที่สามารถเปลี่ยนเด็กหนุ่มให้กลายเป็นชายชาตรีได้เลย

นาฬิกาคือเครื่องมือบอกเวลาที่เรียบง่ายที่สุด
  1. นาฬิกาคือเครื่องมือบอกเวลาที่เรียบง่ายที่สุด

นาฬิกาเป็นเครื่องมือบอกเวลาที่เรียบง่ายที่สุดที่คุณจำเป็นต้องมี หากคุณต้องการดูเวลาคุณก็แค่เหลือบดูจากข้อมือของคุณซึ่งใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น เมื่อเทียบกับความลำบากในการหยิบมือถือออกจากประเป๋า นอกจากนี้การหยิบมือถือมาดูเวลาในขณะประชุม สัมภาษณ์งาน หรือระหว่างคุยกับเพื่อน อาจทำให้คนอื่นคิดว่าคุณหยิบมือถือมาแชทไลน์และไม่โฟกัสกับคนที่คุยด้วย ซึ่งทำให้คุณดูเหมือนเป็นคนไม่มีมารยาทไปโดยปริยาย ดังนั้นการดูเวลาผ่านนาฬิกานอกจากจะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีแล้ว ก็ยังสร้างความประทับใจที่ดีให้ผู้อื่นได้อีกด้วย และ นอกจากจะบอกเวลาแล้วยังมีฟังก์ชันอื่น ๆ อีกมากมายอย่างเช่นที่เรากล่าวเอาไว้ด้านบน

นาฬิกาคือสุดยอดสินทรัพย์
  1. นาฬิกาคือสุดยอดสินทรัพย์

นาฬิกาเป็นสินทรัพย์ (asset) เพราะอย่างน้อย ๆ นาฬิกาคลาสสิกชั้นเยี่ยมที่ใส่มาเป็น 10 ปีก็คงขายได้ในราคาที่ตกลงมาไม่มาก หรือในบางเคสก็โชคดีหน่อยที่เราสามารถทำกำไรได้แม้เราจะสวมใส่ใช้งานมันอย่างเต็มที่ก็ตาม นอกจากนี้ยังมีกรณีพิเศษสำหรับรุ่นหายาก Limited Edition อย่างเช่น Rolex Daytona รุ่นหน้าปัด Paul Newman ที่ราคาตอนเปิดตัวอยู่ในช่วง 7,000 บาท แต่ตอนนี้ราคามือสองปาไปถึง 12 ล้านบาทแล้ว หรือจะเป็น G-Shock Murakami สีแดงสดใสที่ผลิตออกมาแค่ 300 เรือนเท่านั้นซึ่งเปิดตัวด้วยราคา 120,000 บาท แต่ตอนนี้มือสองมีราคาอยู่ในช่วง 5 – 7 แสนบาทเลย

สรุป

นาฬิกาคือสุดยอดสินทรัพย์

เป็นยังไงกันบ้างครับกับ บทความ 10 ฟังก์ชันของนาฬิกาที่คุณควรรู้จัก และ 4 เหตุผลที่จะบอกว่าทำไมคุณถึงควรใส่นาฬิกา เรื่องนี้ ที่เราได้นำมาฝากกัน หวังว่าจะช่วยให้เพื่อน ๆ เลือกซื้อนาฬิการุ่นที่เหมาะกับตัวคุณกันได้ทุก ๆ คนนะครับ ส่วนในครั้งหน้าจะเป็นเรื่องราวแบบไหนโปรดติดตามรับชมกันด้วยนะครับ

บทความล่าสุด

หมวดหมู่

TAG