นาฬิกา 4 เรือน ของคอลเลคชั่น Royal Oak Offshore จากแบรนด์ Audemars Piguet ที่เหล่าสาวกจะพลาดไม่ได้ในปี 2023

นาฬิกา Royal Oak Offshore

บทความ นาฬิกา 4 เรือน ของคอลเลคชั่น Royal Oak Offshore จากแบรนด์ Audemars Piguet ที่เหล่าสาวกจะพลาดไม่ได้ในปี 2023 เรื่องนี้ สำหรับนาฬิกา 4 รุ่นใหม่ที่ถือว่ามีความพิเศษ และเป็นการเปิดตัวออกมาในช่วงเวลาที่สุดพิเศษนี้ จนเรียกว่าเป็นคอลเลกชั่นแห่งการเฉลิมฉลองความสำเร็จตลอด 30 ปีที่ผ่านมาของนาฬิกาเรือนนี้ประกอบด้วย

นาฬิกา 4 เรือน ของคอลเลคชั่น Royal Oak Offshore จากแบรนด์ Audemars Piguet ที่เหล่าสาวกจะพลาดไม่ได้ในปี 2023

Royal Oak Offshore Selfwinding Chronograph Black Ceramics 42 mm

Royal Oak Offshore Selfwinding Chronograph Black Ceramics 42 mm

บนตัวเรือน Black Ceramic นอกเหนือจากรุ่น 43 มิลลิเมตรแล้วก็ยังมีอีกทางเลือกกับไซส์ 42 มิลลิเมตร ที่เป็นแบบ All Black Ceramic คือใช้วัสดุประเภทนี้ในการผลิตทั้งตัวเรือนและสาย ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของคอลเลกชั่นนี้ ทั้งปุ่มกดที่ตำแหน่ง 2 นาฬิกาและ 4 นาฬิกา ซึ่งเป็นส่วนที่ควบคุมกลไกโครโนกราฟ รวมไปถึงเม็ดมะยมแบบสกรูล็อกที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกาก็ใช้เซรามิกในการผลิตด้วยเช่นเดียวกัน มีเพียงสกรู 8 ตัวที่ช่วยยึดขอบตัวเรือนให้ติดกับตัวเรือนเท่านั้นที่ดูโดดเด่น และแตกต่างด้วยการเลือกใช้ White Gold รวมถึงเครื่องหมายบอกหลักชั่วโมงเคลือบสารเรืองแสง 8 ชิ้นที่บอกเวลาชั่วโมง ปิดท้ายด้วยฝาหลังซึ่งทำจากไทเทเนียม หน้าปัดใช้สีดำด้านแบบเดียวกันกับสีของตัวเรือน สายนาฬิกา ปุ่มกด ขอบตัวเรือน และเม็ดมะยม ประดับด้วยลวดลาย Petite Tapisserie (เปอตีต์ ทาพิสเซอรี) ซึ่งเป็นลวดลายซิกเนเจอร์ที่สงวนไว้ก่อนหน้านี้สำหรับรุ่น Ref. 26238 ที่รังสรรค์ขึ้นด้วยทองคำหรือไทเทเนียมเท่านั้น แม้ว่านาฬิการุ่นก่อนจะมีการเลือกใช้โทนสีที่แตกต่างกัน แต่สำหรับรุ่นใหม่นี้ถือว่าเป็นเรือนแรกที่เลือกใช้สีดำสนิทเพียงสีเดียว ซึ่งต้องใช้นวัตกรรมการผลิตแบบเฉพาะ เนื่องจากความแตกต่างทั้งในเรื่องวัสดุและเท็กซ์เจอร์ที่นำมาใช้ เรือนเวลารุ่นใหม่นี้จึงดูมีรายละเอียดที่ลึกซึ้งอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน 

Royal Oak Offshore Selfwinding Chronograph Black Ceramics 42 mm

แม้ว่าจะมาพร้อมกับฟังก์ชั่นจับเวลาและ Flyback แต่ในรุ่นนี้เปลี่ยนมาใช้กลไกอัตโนมัติ พร้อมระบบจับเวลาในรหัส Caliber 4404 โดยในรุ่นนี้ตัวโรเตอร์ขึ้นลาน หรือ Oscillating Weight จะผลิตจจาก Pink Gold 22 กะรัต ที่สลักตัวอักษรย่อ AP เป็นดีไซน์เดียวกับ Royal Oak Offshore รุ่นประวัติศาสตร์ ภายในกลไกยังมีการเก็บรายละเอียดสุดท้ายด้วยเทคนิคที่พิถีพิถันมากมาย ทั้งเทคนิคลายวงกลมวน Côtes de Genève เทคนิค Circular Graining เทคนิคการขัดแบบซาตินเป็นวงกลม และการขัดลบมุม พร้อมกำลังสำรองในระดับ 70 ชั่วโมง

Royal Oak Offshore Black Ceramic Chronograph Inspired by the Limited Edition ‘End of Days’ 43 mm

Royal Oak Offshore Black Ceramic Chronograph Inspired by the Limited Edition ‘End of Days’ 43 mm

มีไม่บ่อยครั้งนักที่นาฬิกาของ Audemars Piguet จะเข้าไปปรากฏตัวอยู่ในโลกของภาพยนตร์ และจากการที่นาฬิกาเรือนดำแซมด้วยสีเหลือง Ref.25770SN ถูกคาดอยู่บนข้อมือของนักแสดง Arnold Schwarzenegger (อาร์โนลด์ ชวาร์เซเนกเกอร์) ในภาพยนตร์เรื่อง End of the days เมื่อปี 1999 นั้น สิ่งนี้ได้ตรึงตาตรึงใจคนรักนาฬิกาทั่วโลก และตั้งชื่อให้กับนาฬิกาเรือนนี้ว่า ‘End of the days’ ในการเปิดตัวเมื่อปี 1993 ที่งาน Basel Fair นั้น นาฬิการุ่น Royal Oak Offshore สร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์ด้วยสัดส่วนของเรือนเวลาอันมหึมา (ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 42 มิลลิเมตร และความหนาของตัวเรือน 14.04 มิลลิเมตร) พร้อมดีไซน์ที่ชัดเจน ทว่านาฬิกาเรือนนี้กลับไม่ได้รับความนิยมในตอนที่เปิดตัว จนกระทั่ง 2-3 ปีต่อมา Royal Oak Offshore ได้ครองใจผู้คนในหลากหลายวงการนอกเหนือจากผู้คนที่หลงใหลสร้างสรรค์เรือนเวลาชั้นสูงอื่น ไม่ว่าจะเป็นผู้คนในแวดวงกีฬา ดนตรี และวงการบันเทิง

Royal Oak Offshore Black Ceramic Chronograph Inspired by the Limited Edition ‘End of Days’ 43 mm

ในรุ่นใหม่มากับรหัส Ref. 26420CE.OO.A005VE.01 ตัวเรือนขนาด 43 มิลลิเมตร ผลิตจาก Black Ceramic และผสมผสานด้วยชิ้นส่วนที่เป็นไทเทเนียม เช่น ส่วนของหมุด ปุ่มกด และฝาหลัง นอกจากนี้ยังมีสกรูที่รังสรรค์ขึ้นด้วยสตีลอีก 8 ชิ้น เพื่อยึดขอบตัวเรือนทรงแปดเหลี่ยมให้ติดกับตัวเรือน โดยเรือนเวลารุ่นนี้มีน้ำหนักเบาและรับกับสรีระได้อย่างลงตัว แม้จะมีสัดส่วนที่ค่อนข้างใหญ่ (น้ำหนักโดยรวมเพียง 103 กรัมเท่านั้น) รายละเอียดที่อยู่บนหน้าปัดยังคงความเป็นนาฬิการุ่นดั้งเดิมเอาไว้แต่ปรับเปลี่ยนให้มีความร่วมสมัยมากขึ้น หน้าปัดสีดำตกแต่งด้วยลวดลาย Mega Tapisserie เจเนอเรชันใหม่ และความโดดเด่นของสัมผัสจากสีเหลืองบนมาตรวัด tachymeter รวมถึงบนเครื่องหมายบอกหลักชั่วโมงและเข็มนาฬิกาผลิตจาก White Gold เคลือบดำและแต้มด้วยวัสดุเรืองแสงสีเหลือง โลโก้ AP สีทองโดดเด่นอยู่บริเวณ 12 นาฬิกา โดยมีหน้าปัดย่อยสีดำซึ่งอยู่บริเวณตำแหน่งบอกเวลา 3, 6 และ 9 นาฬิกา ถือเป็นการสืบสานประวัติศาสตร์แห่งสุนทรียะที่งดงามของสีดำและสีเหลืองที่มีให้เห็นบนเรือนดั้งเดิมจากปี 1999 ได้อย่างร่วมสมัย 

Royal Oak Offshore Selfwinding Chronograph Black Ceramic with Yellow Gold 43mm

Royal Oak Offshore Selfwinding Chronograph Black Ceramic with Yellow Gold 43mm

มากับรหัส Ref. 26420CE.OO.A127CR.01 ตัวเรือนขนาด 43 มิลลิเมตร ผลิตจากวัสดุ Black Ceramic พร้อมสร้างความแตกต่างอย่างโดดเด่นด้วยการใช้วัสดุ Yellow Gold ในจุดต่างๆ ของนาฬิกาและบนหน้าปัดจน เกิดเป็นความคอนทราสต์อันทรงพลังและเข้ากันได้อย่างเหนือความคาดหมาย แต่ละส่วนของตัวเรือนแบล็กเซรามิกจำเป็นต้องผ่านกระบวนการผลิตที่มีความซับซ้อนและการใช้เทคนิคการตกแต่งด้วยมือสุดประณีตหลายขั้นตอน ผงเซอร์โคเนียมออกไซด์ (ZrO2) จะถูกนำมารวมเข้ากับสารยึดเกาะในอัตราส่วนลับเฉพาะของบริษัท หลังผ่านการเผาผนึกที่อุณหภูมิประมาณ 1,000 องศาเซลเซียสในขั้นตอนสุดท้าย ก็จะได้เป็นเซรามิกที่มีสีกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นจึงเริ่มกระบวนการขัดเงาและขัดแบบซาตินลงบนวัสดุ Yellow Gold บริเวณฝาหลัง กรอบปุ่มกด และสลัก พร้อมเก็บรายละเอียดขั้นสุดท้ายด้วยการขัดแบบซาตินและการขัดเงาลบมุมซึ่งทำด้วยมืออย่างประณีต จนได้เป็นเรือนเวลาที่เล่นกับแสงได้อย่างมีเสน่ห์สะกดทุกสายตา 

Royal Oak Offshore Selfwinding Chronograph Black Ceramic with Yellow Gold 43mm

ตัวนาฬิกามาพร้อมสายหนังจระเข้สีดำที่ดูโดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยการเดินเส้นด้ายสีทอง พร้อมด้วยตัวล็อกแบบกลัด Yellow Gold 18 กะรัต อีกทั้งสลักที่เชื่อมตัวเรือนกับสายนาฬิกาเข้าด้วยกันก็ทำจาก Yellow Gold และถูกวางไว้ข้างหน้าปัด สร้างความคอนทราสต์อันสะดุดตาและดูน่าสนใจอย่างยิ่ง โดยจะมีสายยางเพิ่มให้อีกเส้นในเซ็ต และจากการใช้ระบบที่สามารถถอดเปลี่ยนสายได้อย่างสะดวกโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือนั้น ทำให้สามารถถอดสลับกันได้อย่างง่ายดายในการเปลี่ยนอารมณ์ในการสวมใส่ อีกหนึ่งความโดดเด่นของนาฬิกาเรือนนี้คือหน้าปัด Méga Tapisserie (เมกา ทาพิสเซอรีย์) พื้นผิวของหน้าปัดมาพร้อมลวดลายที่สามารถสร้างความลึกในเชิงมิติ และประกอบด้วยเส้นสายที่หลากหลาย โดยเฉพาะโทนสีดำอันเข้มขรึมซึ่งทำหน้าที่เป็นพื้นหลังที่ขับเน้นให้องค์ประกอบ Yellow Gold ได้เปล่งประกายอย่างเต็มที่ โลโก้อักษรย่อ AP ซึ่งทำจากทองขัดเงาถูกนำมาวางไว้บนหน้าปัดลวดลาย Méga Tapisserie สีดำ ขณะที่หน้าปัดย่อยโครโนกราฟสีดำตกแต่งด้วยสีขาวและเข็มสีทองสอดรับกับการออกแบบโดยรวม

Royal Oak Offshore Selfwinding Flying Tourbillon Chronograph 43 mm

Royal Oak Offshore Selfwinding Flying Tourbillon Chronograph 43 mm

ความพิเศษของนาฬิกาเรือนนี้คือ การอัปเดตความสามารถในการสร้างสรรค์ตัวเรือนแบบเซรามิกด้วยการเติมสีสันเข้าไปโดยมาพร้อมกับคู่สีโทนใหม่อย่าง สีเขียว Green Anodize กับดำ ตัวเรือนขนาด 43 มิลลิเมตร หนา 15.5 มิลลิเมตร กันน้ำลึก 100 เมตร ผลิตจากวัสดุ Black Ceramic แบบเดียวกับปุ่มกดจับเวลา และเม็ดมะยมโดยมีการเพิ่มโลโก้ ‘AP’ วัสดุ Pink Gold 18 กะรัต และใช้ Crown Guard วัสดุไทเทเนียมขัดแต่งผิวแบบ Sandblasted ผนึกแน่นกับขอบหน้าปัด 8 เหลี่ยม และมาพร้อมกับสายยางสีเขียวพร้อมระบบ Interchangeable ที่สามารถเปลี่ยนสลับกับสายยางสีดำที่มีมาให้ในเซ็ตได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือกับ Folding Buckle Titanium ขัดแต่งผิวแบบ Sandblasted บนสเกลวินาทีและช่องบนหน้าปัดที่มีดีไซน์ดุดันและทำให้นึกถึงรถซุปเปอร์คาร์และเครื่องบินรบ ตัดกับหน้าปัดแบบ Openworked สีดำ มีการแบ่งหน้าปัดย่อยสำหรับบันทึกเวลา 30 นาทีตรงตำแหน่ง 9 นาฬิกา และ 12 ชั่วโมงตรงตำแหน่ง 3 นาฬิกา มีกรง Flying Tourbillon ตรงตำแหน่ง 6 นาฬิกา ชุดเข็มจับเวลาสีแดง และเข็มบอกเวลา Pink Gold 18 กะรัต เคลือบสารเรืองแสง Super Luminova ใช้กระจกหน้าปัดแซฟไฟร์เคลือบตัดแสงสะท้อน

Royal Oak Offshore Selfwinding Flying Tourbillon Chronograph 43 mm

กลไก Automatic Chronograph In-House รหัส Calibre 2967 ถูกติดตั้งเข้าไป ซึ่งกลไกนี้เดินด้วยความถี่ 21,600 ครั้ง/ชั่วโมง สำรองพลังงาน 65 ชั่วโมง แท่นเครื่อง สะพานจักร โรเตอร์ขึ้นลาน Pink Gold 22 กะรัตรมดำ มีการฉลุแบบ Skeleton ที่สามารถมองทะลุไปถึงด้านหน้าปัด และมีการเคลือบ PVD สีดำทั้งหมด และขัดแต่งเหลี่ยมมุมด้วยความประณีตงดงาม โดยมาพร้อมฟังก์ชั่น Flyback Chronograph กับ Flying Tourbillon ในเรือนเดียวกัน ฝาหลังไทเทเนียมแบบใส สลักข้อความ ‘Royal Oak Offshore Limited Edition of 100 Pieces’ บนขอบนอก เพื่อบ่งบอกถึงความพิเศษของนาฬิกาเรือน และด้วยฝาหลังแบบใสทำให้คุณสามารถชื่นชมความงามของกลไกได้อย่างเพลิดเพลิน

สรุป

Royal Oak Offshore Selfwinding Flying Tourbillon Chronograph 43 mm

เรียกได้ว่ามีจุดเด่นที่น่าสนใจทุกรุ่นเลย สำหรับทั้ง 4 รุ่นที่เราได้หยิบมาฝากกันใน บทความ นาฬิกา 4 เรือน ของคอลเลคชั่น Royal Oak Offshore จากแบรนด์ Audemars Piguet ที่เหล่าสาวกจะพลาดไม่ได้ในปี 2023 เรื่องนี้ หวังว่าจะถูกใจเหล่าแฟน ๆ ของ AP กันทุกคนนะครับ

บทความล่าสุด

หมวดหมู่

TAG