วิธีการเลือก นาฬิกา Rolex ต้องคำนึงถึงสิ่งใดบ้าง Model ไหนเหมาะกับการใช้งานแบบใด เหล่าแฟนคลับต้องห้ามพลาด

นาฬิกา-Rolex

หากคุณต้องการเลือกซื้อนาฬิกาที่มีราคาสูงอย่าง Rolex สิ่งที่ควรปฏิบัติ คือ การหาข้อมูลเกี่ยวกับนาฬิกาอย่างถี่ถ้วน และเพื่อเป็นการช่วยให้การเลือกนาฬิกาของคุณนั้นง่ายขึ้น เราจึงได้รวบรวมข้อมูลที่จำเป็นเกี่ยวกับการเลือกนาฬิกา Rolex มาไว้ในบทความ วิธีการเลือก นาฬิกา Rolex ต้องคำนึงถึงสิ่งใดบ้าง Model ไหนเหมาะกับการใช้งานแบบใด เหล่าแฟนคลับต้องห้ามพลาด เรื่องนี้แล้ว เพราะอย่างที่หลายคนทราบกันดีว่า นาฬิกา Rolex นั้นมีหลายรุ่น อีกทั้งแต่ละรุ่นยังมีกลไกและดีไซน์ที่เน้นจุดเด่นแตกต่างกันไปอีกด้วย ดังนั้น เพื่อเป็นการช่วยให้คุณได้เลือกซื้อนาฬิการุ่นที่เหมาะกับตนเองมากที่สุด เราขอแนะนำวิธีการเลือกนาฬิกา Rolex ดังต่อไปนี้

วิธีการเลือก นาฬิกา Rolex

วิธีการเลือก นาฬิกา Rolex
  1. เลือกจาก Movement หรือ ประเภทของกลไกการทำงาน นาฬิกา Rolex นั้นมีชื่อเสียงในเรื่องของความเที่ยงตรง ทนทานและกลไก (Movement) ที่ได้มาตรฐาน อย่างไรก็ตาม นาฬิกาแต่ละรุ่นนั้นก็มีกลไกและประสิทธิภาพในการทำงานที่แตกต่างกันไป ดังนั้น การเรียนรู้กลไกการทำงานของนาฬิกาจะช่วยให้เราเข้าใจความพิเศษของนาฬิกาแต่ละเรือนมากยิ่งขึ้น
วิธีการเลือก นาฬิกา Rolex
  • กลไก 3135 3135 หรือที่รู้จักกันในชื่อ Workhorse เป็นกลไกแบบอัตโนมัติที่ทนทานและมีชื่อเสียงที่สุดของ Rolex ซึ่งนาฬิกาที่ใช้กลไกนี้มีอยู่หลายรุ่นด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น Submariner, Yacht-Master, Sea-Dweller และ Datejust โดยความหนาของนาฬิกาจะอยู่ที่ประมาณ 6 มม. และเส้นผ่านศูนย์กลางยาว 26.5 มม. สามารถกันกระแทกและทนต่อกระแสไฟฟ้าได้ เหมาะกับการสวมใส่ในชีวิตประจำวันหรือใส่เล่นกีฬา
วิธีการเลือก นาฬิกา Rolex
  • กลไก 4030 และ 4130 กลไก 4030 เป็นกลไกที่ใช้กับรุ่น Daytona ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 1963 โดยชื่อของโมเดลนี้มีอีกเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Zenith El Primero Caliber เป็นโมเดลที่ผลิตโดย Zenith ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ก้าวหน้าเรื่องการผลิตกลไกแบบ Chronograph Movements ในตอนนั้น ดังนั้น เหตุผลที่ Rolex เลือกใช้กลไกจาก Zenith แทนที่จะผลิตเองนั้นเป็นเพราะการผลิตกลไกที่มีคุณภาพจำเป็นต้องใช้เวลานาน อย่างไรก็ตาม ก่อนที่กลไก 4030 จะถูกนำมาใช้จริงก็ได้มีการปรับปรุงไปกว่า 200 ครั้ง เพื่อให้ได้กลไกที่ทนทานและเที่ยงตรง จนในที่สุดก็ได้กลไกที่เหมาะสมกับ Daytona ซึ่งในปัจจุบัน กลไก 4030 ได้ถูกแทนที่ด้วย 4130 กลไกที่อัปเกรดขึ้นมาอีกขั้นและผลิตโดย Rolex อย่างเต็มรูปแบบนั่นเอง
  • กลไก 3255 กลไกใหม่ล่าสุดของ Rolex ที่จะถูกใช้กับนาฬิการุ่นใหม่ ๆ ในอนาคต เป็นกลไกที่ถูกนำมาใช้แทนกลไก 3135  โดยปัจจุบัน รุ่นที่ใช้กลไกนี้ ได้แก่ Day-Date, GMT Master 2 และ Dayjust สำหรับการทำงาน รุ่นนี้มี Power Reserve ที่สามารถเก็บประจุพลังงานสำรองของนาฬิกาได้ 70 ชั่วโมง และบอกเวลาได้แม่นยำกว่าเดิมถึง 2 เท่า หากต้องเลือกระหว่าง 3135 ที่ยังคงหาซื้อได้ทั่วไป กับ 3235 รุ่นใหม่นี้ เราขอแนะนำให้เลือกกลไก 3255 เลยค่ะ เพราะประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมนั้นดีกว่าแบบเดิมอย่างมากนั่นเอง 
วิธีการเลือก นาฬิกา Rolex
  • กลไก 9001 กลไกที่ขึ้นชื่อว่า ซับซ้อนที่สุดตั้งแต่ Rolex เคยผลิตมา โดยจะใช้กับรุ่น Sky-Dweller เท่านั้น เป็นระบบ Self-Winding ที่ขับเคลื่อนโดย Bezel System หรือที่เรียกว่า Ring Command Bezel ช่วยให้คุณเปลี่ยนโหมดต่าง ๆ ของนาฬิกาได้ตามต้องการ ซึ่งรุ่นนี้ใช้ชิ้นส่วนในการผลิตทั้งหมดถึง 380 ชิ้น และได้รับการจดสิทธิบัตรทั้งหมด 7 ฉบับ ถือว่าเยอะมากสำหรับหนึ่งกลไก ในส่วนของฟังก์ชันการทำงาน นาฬิกาสามารถแสดงเวลาได้ 2 ไทม์โซน ที่ให้คุณเลือกเปลี่ยนเพียงหนึ่งไทม์โซนโดยไม่กระทบเวลาของอีกที่หนึ่ง ทั้งยังสามารถแสดงวันที่และเดือนได้ ยิ่งไปกว่านั้น ไม่ว่าเดือนนั้นจะมี 30 หรือ 31 วัน นาฬิกาก็จะปรับเองโดยอัตโนมัติ แต่สำหรับเดือนกุมภาพันธ์นั้นยังต้องอาศัยการปรับแบบแมนนวลอยู่
วิธีการเลือก นาฬิกา Rolex
  1. เลือกนาฬิกา Rolex จากโมเดลยอดนิยม นาฬิกา Rolex แต่ละโมเดลจะมีดีไซน์และคุณสมบัติการใช้ที่เฉพาะเจาะจง ดังนั้น แบรนด์จึงได้แบ่งนาฬิกาออกเป็น 2 ประเภทหลัก คือ ประเภทคลาสสิก และ Professional ซึ่งก็มีให้เลือกหลายรุ่น ดังนั้น ทางเราจึงได้เลือก Rolex รุ่นยอดนิยมมาแนะนำกัน จะมีรุ่นไหนบ้าง ไปดูกันเลย
วิธีการเลือก นาฬิกา Rolex
  • Oyster Perpetual : ต้นแบบของความคลาสสิก หากใครที่กำลังมองหานาฬิกา Rolex เรือนแรก โมเดล Oyster Perpetal นับว่าเหมาะกับการเริ่มต้นเป็นอย่างมาก โดยได้เปิดตัวครั้งแรกในปี 1931 รังสรรค์ขึ้นโดย Hans Wilsdorf ผู้ที่ซึ่งก่อตั้งแบรนด์ Rolex ดีไซน์นาฬิกามาพร้อมความสง่างามและคลาสสิก โดยมีหน้าปัดที่ไม่ซับซ้อน สามารถบอกข้อมูลชั่วโมง นาทีและวินาทีได้ ประกอบกับสาย Oyster จะมีลักษณะเป็นข้อต่อสามตัวติดกัน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่เก่าแก่ของทางแบรนด์
วิธีการเลือก นาฬิกา Rolex
  • Datejust : ตัวเลือกหลากหลาย ในปี 1940 ทางแบรนด์ได้เปิดตัวนาฬิการุ่น Datejust อีกหนึ่งโมเดลที่ขึ้นชื่อเรื่องความคลาสสิก โดยโมเดลนี้จะมีตัวบอกวันที่ ทั้งยังมาพร้อมขอบหน้าปัดหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นแบบเรียบ ทรงโดม แบบเซาะร่อง หรือแบบประดับเพชร ซึ่งหากเป็นแบบเซาะร่อง วัสดุที่นำมาใช้จะมีทั้งทองคำ ทองคำขาวและเอเวอร์โรสโกลด์ จึงทำให้เป็นนาฬิกาที่มีความคลาสสิกและหรูหราในเวลาเดียวกัน เหมาะกับทั้งผู้หญิงและผู้ชายเลย
วิธีการเลือก นาฬิกา Rolex
  • Submariner : สำหรับนักดำน้ำ นาฬิการุ่น Submariner นี้ได้รับฉายาให้เป็น “นาฬิกาสำหรับนักดำน้ำโดยแท้จริง” เพราะเป็นนาฬิกาสำหรับใส่ดำน้ำเรือนแรกของ Rolex เปิดตัวในปี 1953 ซึ่งในขณะนั้นสามารถใส่ดำน้ำได้ถึง 100 เมตร ขอบหน้าปัดมีตัวเลขชัดเจนและหมุนได้ ใช้จับเวลาในการดำน้ำ เพื่อความปลอดภัย ทั้งยังมีระบบที่เรียกว่า Twinlock ป้องกันไม่ให้น้ำไหลเข้าบริเวณเม็ดมะยมอีกด้วย 
วิธีการเลือก นาฬิกา Rolex
  • GMT Master II : สำหรับนักเดินทาง นาฬิการุ่น GMT Master II เป็นนาฬิกาสำหรับนักเดินทาง โดยมีจุดเริ่มต้นจากรุ่น GMT Master ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นในปี 1954 เพื่อช่วยลูกเรือ Pan-Am Airways จากผลกระทบของอาการ Jetlag ซึ่งต่อมาในปี 1983 ทางแบรนด์ก็ได้เปิดตัวนาฬิการุ่น GMT Master II หรือรู้จักกันในชื่อ “Fat Lady” ที่มาจากการออกแบบตัวเรือนที่ค่อนข้างหนา แน่นอนว่าตัวนาฬิกายังคงไว้ซึ่งดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่น
วิธีการเลือก นาฬิกา Rolex
  • Explorer : สำหรับนักผจญภัย ในการผลิต Rolex แต่ละโมเดลนั้น ทางแบรนด์ต้องใช้เวลากับการทดลองและทำการวิจัย จนได้เป็นนาฬิกาที่ทนทาน เที่ยงตรง และเหมาะกับการใช้งานที่ทรหด เช่นเดียวกับการผลิตโมเดล Explorer ที่แบรนด์ทุ่มเทการทำงาน เพื่อให้ได้นาฬิกาที่เหมาะกับการผจญภัยอย่างการสำรวจถ้ำ หรือการเดินทางเพื่อพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ ซึ่งหน้าปัดของโมเดลนี้ รุ่นแรก ๆ จะมีตัวเลขเป็นเลขอารบิกเฉพาะเลข 3, 6 และ 9 ทั้งยังเคลือบ Chromalight จึงอ่านเวลาได้ง่ายยิ่งขึ้นแม้ในที่แสงน้อย
วิธีการเลือก นาฬิกา Rolex
  • Day-Date : มีตัวบอกวันในสัปดาห์ Day-Date นาฬิกาอัตโนมัติกันน้ำได้เรือนแรกของ Rolex ซึ่งนอกจากหน้าปัดจะสามารถบอกวันที่ได้แล้ว ยังมีช่องบอกวันในสัปดาห์ที่คุณสามารถเลือกภาษาได้ตามต้องการ ช่วยให้อ่านเวลาได้ง่ายขึ้น ขอบหน้าปัดมีหลายแบบให้เลือกทั้งแบบเซาะร่อง แบบเรียบ และแบบมีอัญมณี สายของโมเดลนี้เป็นสาย President แบบครึ่งวงกลมสามข้อต่อซึ่งออกแบบมาเพื่อสาว ๆ โดยเฉพาะ ที่ล็อกเป็นแบบ Crownclasp ซึ่งจะซ่อนตัวล็อกไว้ด้านในทำให้ดูเหมือนกำไรแขนนั่นเอง 
วิธีการเลือก นาฬิกา Rolex
  1. เลือกนาฬิกา Rolex ตามความพิเศษของหน้าปัดแต่ละรุ่น หน้าปัดของนาฬิกา Rolex แต่ละรุ่นนั้น นอกจากจะมีสีสันและขนาดที่แตกต่างกันแล้ว บางรุ่นยังทำมาจากวัสดุพิเศษ ซึ่งเราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับความพิเศษของหน้าปัดแต่ละแบบ ดังต่อไปนี้
วิธีการเลือก นาฬิกา Rolex
  • Chromalight หรือพรายน้ำสีฟ้า
วิธีการเลือก นาฬิกา Rolex
  • หน้าปัดสีฟ้าไอซ์บลู
วิธีการเลือก นาฬิกา Rolex
  • ตัวบอกเวลาทำจากทองคำ 18 กะรัต
วิธีการเลือก นาฬิกา Rolex
  • ตัวบอกเวลาเลขโรมัน
วิธีการเลือก นาฬิกา Rolex
  • ไข่มุกธรรมชาติ

สรุป

วิธีการเลือก นาฬิกา Rolex

เป็นยังไงกันบ้างครับกับสาระความรู้แบบจัดหนักจัดเต็มเกี่ยวกับ Rolex ที่เราได้นำมาฝากกันผ่านบทความ วิธีการเลือก นาฬิกา Rolex ต้องคำนึงถึงสิ่งใดบ้าง Model ไหนเหมาะกับการใช้งานแบบใด เหล่าแฟนคลับต้องห้ามพลาด เรื่องนี้ถูกใจเพื่อน ๆ กันรึป่าว สำหรับนาฬิกา Rolex คือ สัญลักษณ์ของความ Luxury และเป็นสิ่งที่แสดงถึงฐานะ (Status Symbol) ของผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี ทั้งยังได้รับการขนานนามว่า เป็น “แบรนด์ Luxury ที่น่าจดจำมากที่สุด” อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการจัดอันดับใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับนาฬิกา ชื่อของ Rolex ก็จะเป็นหนึ่งในนั้นถึงเสมอ และยังเป็นแบรนด์ที่คิดค้นเทคโนโลยีให้กับวงการนาฬิกามายาวนานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จนทำให้การได้ครอบครองนาฬิกา Rolex กลายความฝันของใครหลาย ๆ คน ทั้งเพื่อการสะสมและเป็นการลงทุนที่ยอดเยี่ยมนั่นเอง

บทความล่าสุด

หมวดหมู่

TAG