10 นาฬิกาคุณภาพ รุ่นยอดฮิดจากเหล่าแบรนด์ชั้นนำ ในราคาหลักหมื่นที่มือใหม่ต้องห้ามมองข้าม

นาฬิกาคุณภาพ

สำหรับคนที่มีงบหลักหมื่นในการซื้อนาฬิกา หลายคนจะเลือกซื้อ Fashion watch เป็นอันดับแรกๆ แต่อาจจะต้องพบเจอปัญหาการใช้งาน เพราะ Fashion Watch มีต้นทุนต่ำ ทำให้มีอายุในการใช้งานสั้นต้องเปลี่ยนนาฬิกาอยู่บ่อยๆ และใช้วัสดุที่ไม่ได้มาตรฐาน เพราะไม่ได้มีเทคโนโลยีการผลิตนาฬิกาเหมือนแบรนด์ที่ขายนาฬิกาโดยเฉพาะ หากคุณเคยพบเจอกับปัญหาเหล่านี้ เราอยากให้คุณลองสัมผัสแบรนด์นาฬิกา 10 เรือนภายในงบประมาณหลักหมื่นไม่ข้ามแสนที่เราได้นำมาฝากกันใน บทความ 10 นาฬิกาคุณภาพ รุ่นยอดฮิดจากเหล่าแบรนด์ชั้นนำ ในราคาหลักหมื่นที่มือใหม่ต้องห้ามมองข้าม เรื่องนี้กันดู แล้วคุณจะเห็นเบื้องหลังการทำงานอย่างมีจิตวิญญาณและการเลือกสรรวัสดุที่มีคุณภาพที่ทำให้นาฬิกาเหล่านี้คือตัวจริงที่มีความงดงาม คุ้มค่า และสมราคาอย่างแท้จริง  

10 นาฬิกาคุณภาพ รุ่นยอดฮิดจากเหล่าแบรนด์ชั้นนำ ในราคาหลักหมื่นที่มือใหม่ต้องห้ามมองข้าม

นาฬิกา King Seiko

นาฬิกา King Seiko

ราชันย์ที่โลกไม่เคยลืม สำหรับ  King Seiko และ Grand Seiko คือซับแบรนด์ภายใต้ SEIKO ที่เกิดมาเพื่อแข่งขันกันเองเพื่อกระตุ้นศักยภาพโดยมีเป้าหมายเดียวกันคือเพื่อล้มนาฬิกาแบรนด์สวิตฯ ให้ได้ นาฬิกาเรือนแรกจาก King Seiko รุ่น The King Seiko 44KS ออกมาในปี 1963 เพื่อมาประชันกับรุ่นพี่ที่ Grand SEIKO เปิดตัวไปในปี 1960 ทั้งสองแข่งขันกันในเรื่องความแม่นยำ จึงได้พยายามสร้าง Hi-Beat Timepiece เกทับกันเอง สำหรับ King Seiko เรือนแรกนั้นจะใช้ Caliber ที่ไม่ได้ระบุรุ่นแน่ชัด แต่มี Jewel 25 ชิ้น และไม่ได้มี Chronometer Rating ทำให้รุ่นนี้ด้อยกว่า Grand Seiko ที่มาพร้อมกับ Chronometer ไปโดยปริยาย ต่อจากนั้น King Seiko ได้สร้าง Movement รุ่นถัดมาคือ Caliber 44A ที่ความถี่ 18,000 bph และในปี 1964 ก็สามารถสร้าง Chronometer ได้สำเร็จ และเปลี่ยนชื่อ Movement เป็น 44GS เนื่องจากแต่ละรุ่นเป็นขันมือ จึงต้องพัฒนารุ่น 45 ที่มีความถี่สูงขึ้นเป็น 36,000 bph หรือ 10 bps เพื่อความแม่นยำมากขึ้นและเป็น Hi-Beat Timepiece อย่างแท้จริงทำให้แบรนด์ได้การยอมรับจาก SEIKO ให้เป็นคลาส “A” แม้ว่าวันนี้เราจะไม่ได้เห็น King Seiko แล้ว แต่ยังหาซื้อมือสองได้ในช่วงราคาหมื่นต้นๆ ไปจนถึงครึ่งแสน ถ้าจะให้พูดถึงคุณภาพของ King Seiko จริงๆ แล้วล่ะก็ มันสามารถสู้กับ Grand Seiko ที่มีราคาหลักแสนได้เช่นกัน เราเชื่อว่า King Seiko เรือนนี้มีคุณค่าเกินราคาหลายเท่าตัวเพราะมันคือนาฬิกาแห่งประวัติศาสตร์ที่เอาชนะแบรนด์สวิตฯ ได้และเคยเป็นนาฬิกาที่แม่นยำที่สุดในโลก 

ราคามือหนึ่งจะอยู่ที่ 70,000-79,000

นาฬิกา Tissot LE LOCLE Powermatic 80

นาฬิกา Tissot LE LOCLE Powermatic 80

Tissot อีกแบรนด์นาฬิกาจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่สร้างสรรค์ความสมดุลได้ดีระหว่างความหรูหราและการใช้งาน หน้าตา LE LOCLE Powermatic 80 ตัวนี้อาจดูไม่มีอะไรแปลกตาแต่หากมองลึกๆ แล้วจะเห็นว่ามีงานประกอบที่เนี้ยบและดูแพง ด้วยขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 39 มิลลิเมตร และความบางเพียงแค่ 10 มิลลิเมตร โดดเด่นไปด้วยเคส Stainless Steel เข็มบอกเวลามีสีเข้มแต่สามารถเรืองแสงได้ ภายในขับเคลื่อนด้วย Tissot Calibre Powermatic 80 (C07.111) เป็นแบบ Automatic ที่มีพลังงานสำรอง 80 ชั่วโมง งดงามทั้งภายในและภายนอกอย่างลงตัว 

ด้วยราคามือหนึ่งในช่วงโปรโมชั่นอยู่ในช่วง 11,000 – 13,000 บาทเท่านั้น

นาฬิกา Timex Expedition

นาฬิกา Timex Expedition

นาฬิกาภาคสนามที่ครบครันในราคาย่อมเยา สำหรับซีรีย์ Expedition จาก Timex เป็นคอลเลกชั่นที่ราคาไม่แพงนักเมื่อเทียบกับคุณภาพที่ได้มา ราคาสูงสุดคือรุ่น Expedition Pioneer Combo อยู่ที่ 3,000 บาท และต่ำสุดคือรุ่น Expedition Camper อยู่ที่ 1,500 บาทเท่านั้น Timex Expedition Scout Chrono ตัวเรือนมีขนาดใหญ่ถึง 42 มิลลิเมตรและหนา 12 มิลลิเมตร เคสทำจากทองเหลืองและฝาหลังทำจาก Stainless Steel สามารถกันน้ำได้ถึง 100 เมตร หน้าปัดสีน้ำเงินตัดก็เข็มสีทองได้อย่างลงตัว ควบคู่กับ Chronograph Function หน้าปัดเรืองแสงอย่างสมบูรณ์แบบ มีการประกอบที่แน่นและใช้งานได้จริงทั้งในเมืองและในป่า มีความแม่นยำสูงเนื่องจากเป็น Quartz พึ่งพาได้จริงจังอย่างแน่นอน 

ส่วนราคานั้นก็ย่อมเยามาก ๆ เพียงแค่ 2,500 บาท

นาฬิกา Hamilton Khaki Field

นาฬิกา Hamilton Khaki Field

คอลเลกชัน Khaki Field จาก Hamilton คือนาฬิกา Military Watch อย่างแท้จริง ถูกทดสอบมาแล้วว่าสามารถใช้ได้ในสถานการณ์เทียบเท่ากับการใช้งานในสนามรบได้จริง ได้รับรางวัล US Army-Navy ‘E’ Award ในด้านของความสามารถในการส่งมอบนาฬิกาที่แม่นยำและพึ่งพาได้กว่า 1 ล้านเรือนให้กับกองทัพ ตัวเรือนมีขนาด 42 มิลลิเมตร วัสดุ Stainless Steel พร้อมกระจก Sapphire Crystal เคลือบด้วยสารกันสะท้อนแสง ลงน้ำได้ลึกสูงสุด 100 เมตร ตัวสายเป็นผ้าลายพรางเช่นเดียวกับสีหน้าปัด ควบคุมการทำงานบอกเวลาด้วย Hamilton H-30 Caliber (ETA C07.111) เป็น Automatic ที่มี Jewel 25 ชิ้น มีความถี่ 3 Hz และพลังงานสำรองถึง 80 ชั่วโมง นอกจากลายพรางแล้วยังมีสีพื้นฐานอย่างดำ เงิน ขาว ทองให้เลือกอีกด้วย 

สำหรับราคานั้น มือหนึ่งอาจอยู่ในช่วงราคาที่มากกว่า 30,000 บาท แต่ถ้ามือสองจะอยู่ในช่วงที่ต่ำกว่า 10,000 บาทเท่านั้น ถือว่าคุ้มมากๆ

นาฬิกา Swatch SISTEM51

นาฬิกา Swatch SISTEM51

นาฬิกาที่มีชิ้นส่วน Movement 51 ชิ้น สำหรับแบรนด์ Swatch คือแบรนด์นาฬิกาจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่ได้กอบกู้แบรนด์เพื่อนร่วมชาติด้วยการผลิตนาฬิกาพลาสติกที่อัดแน่นไปด้วย In-house Movement ที่ลดชิ้นส่วนลงเหลือเพียง 51 ชิ้น ทำให้ราคาถูกลงกว่า Mechanical Watch ทั่วไปถึง 80% จึงกลายเป็นนาฬิกาคุณภาพในราคาที่ต่อสู้กับนาฬิกาญี่ปุ่นในยุค Quartz Crisis ได้อย่างมีชัยด้วยยอดขายรวมมากกว่า 3.5 ล้านเรือน Swatch SISTEM51 ผลิตอย่างใส่ใจด้วยฝีมือชาวสวิตฯ และ Movement ที่มีชิ้นส่วน 51 ชิ้นที่สร้างขึ้นโดยเครื่องจักรทั้งสิ้น แยกเป็น 5 ชิ้นส่วนใหญ่และยึดเข้าด้วยกันด้วยน็อตเพียง 1 ตัว มี Jewel ทั้งหมด 19 ชิ้น ปรับแต่งทุกอย่างด้วยเลเซอร์เพื่อให้ได้สมดุลและความเที่ยงตรงที่สมบูรณ์แบบ มาพร้อมกับพลังงานสำรองถึง 90 ชั่วโมง แถมด้วยกลไกภายในที่ไม่ธรรมดาทั้งหมดนี้มาพร้อมกับราคาสบาย ๆ สุด ๆ

โดยราคาจะอยู่ที่ไม่เกิน 4,800 บาท เท่านั้น

นาฬิกา SEIKO SKX007/SKX013

นาฬิกา SEIKO SKX007/SKX013

ฝาแฝดต่างไซส์ Iconic หลากสไตล์ กับ SEIKO แต่ขยับขึ้นมาในรุ่นที่ราคาสูงขึ้นแต่ยังรักษาความคุ้มค่าไว้อยู่ เริ่มต้นด้วย SKX007 นาฬิกา Diver Watch สุด Iconic สามารถดำน้ำได้ลึกถึง 200 เมตร และได้รับการยอมรับว่าเป็นนาฬิกาที่ใช้งานหนักได้จริงและสอบผ่านมาตรฐาน ISO6425 ตัวเคสมีความแข็งแรงจาก Stainless Steel มีเม็ดมะยมพร้อมตัวล็อกที่ตำแหน่ง 4 นาฬิกา หน้าปัดสีดำ เข็มนาฬิกาทรงลูกศรขนาดใหญ่พร้อมพรายน้ำสำหรับการอ่านเวลาในที่มืดหรือลึก ตัวเรือนขนาด 42 มิลลิเมตรขนาดใหญ่กำลังดีและสวมใส่สบาย สำหรับคนข้อมือเล็กในบ้านเรา หากติดใจ SKX007 แต่ขนาดยังไม่ใช่ SKX013 ฝาแฝดรุ่นน้องที่ยังคงดีไซน์เดียวกัน สามารถกันน้ำได้เท่ากัน และมี Movement ภายในเหมือนกัน ส่วนที่แตกต่างคือตัวเรือนเล็กลงเหลือ 37 มิลลิเมตรเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีการดีไซน์เข็มนาฬิกาใหม่ให้บางลงยิ่งขึ้นแต่ยังคงความสามารถในการเรืองแสงได้อยู่ ส่วนสายนาฬิกาก็เป็น Jubilee ที่ได้รับคำชมว่าสวมใส่สบาย อัดแน่นด้วยสเป็คและคุณภาพที่ไม่ลดหย่อนนี้จึงมี

ราคาอยู่ในเรทเดียวกันคือ 7,000 – 8,000 บาท

นาฬิกา SEIKO 5

นาฬิกา SEIKO 5

SEIKO 5 คือซีรีย์แห่งความคุ้มค่า เปิดตัวในปี 1963 ด้วยแนวคิดนวัตกรรมหลัก 5 อย่างคือ 1. มีหน้าต่างบอกวันที่ ซึ่งเป็นเรื่องแปลกตาในสมัยนั้น 2. มี In-house Automatic Movement พร้อมกับระบบป้องกันการสั่นสะเทือน ที่เรียกว่า Diashock ซึ่งเทียบชั้นระบบกันสั่น Swiss Incabloc System ได้ 3. ทุกรุ่นสามารถกันน้ำได้ 4. มี Mainspring รุ่น Diaflex ที่ทนทานพร้อมกับเคสที่แข็งแรง 5. มีเม็ดมะยมที่ถอยลงมาอยู่ที่ตำแหน่ง 4 นาฬิกาที่ไม่เหมือนใคร ซึ่ง 5 นวัตกรรมทั้งหมดนี้คือที่มาของชื่อ “SEIKO 5” เนื่องจาก SEIKO 5 มีหลายรุ่นย่อยมากวันนี้เราจะขอแนะนำรุ่น SNK809 ซึ่งเป็นรุ่นที่คุ้มค่าตัวที่สุด ตัวเรือนใช้เคส Stainless Steel ขนาด 37 มิลลิเมตร ผิวด้านหน้าและด้านข้างเป็นแบบด้านและด้

บทความล่าสุด

หมวดหมู่

TAG