สุดยอดนวัตกรรม Rose Gold แห่งปี Rolex Daytona Iovry Dial Rose Gold

รีวิวนาฬิกา

สำหรับแบรนด์ดังอย่าง Rolex เอกลักษณ์ของแบรนด์นั่นคือจะไม่ค่อยเห็นคอลเลคชั่นใหม่แบบฟุ่มเฟือยหรือเห็นบ่อยจนทำให้ไม่มีความน่าสนใจซึ่งเอกลักษณ์เหล่านี้จะเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ไฮเอนด์ แต่จะมีการนำรุ่นยอดนิยมกลับมาผลิตใหม่ หรือทำตัวใหม่แต่ใช้สตอรี่เดิมและใส่เพิ่มความล้ำของเทคโนโลยีหรือดีไซน์เข้าไปเพิ่ม

และสำหรับ Rolex ในปีนี้ก็ได้ส่งคอลเลคชั่นใหม่ในตระกูล Daytona อย่าง Rolex Cosmograph Daytona Ever Rose Gold Iovry Dial 116515LN หรือที่นักสะสมเรียกกันสั้น ๆ ว่า Rolex Daytona Iovry Dial Rose Gold เป็นคอลเลคชั่นที่ถึงกับต้องย้อนอดีตกันเลยเพื่อให้รู้ว่าความเป็นมามันมีค่าขนาดไหน

ต้องย้อนกลับไปยาวไกลมากเมื่อการเริ่มต้นของ Rolex ในยุคแรง ซึ่งต้องนั้นยังไม่มี Daytona เป็นส่วนหนึ่งในไอเดียเลย และในยุคนั้นความโด่งดังของ Rolex ก็จะมีเพียง Rolex Oyster Perpetual ต่อมาได้มีการจัดการแข่งขันความเร็วของรถยนต์ที่ชายหาด Daytona อยู่ที่รัฐฟลอลิดา สหรัฐอเมริกา และผู้ชนะในการแข่งขันที่ชื่อว่า เซอร์ มัลคอล์ม แคมป์เบล ได้สวมนาฬิกา Rolex ในขณะที่อยู่ในการแข่งขัน ทำให้ความโด่งดังของ Rolex ทวีความโด่งดังมากขึ้นไปอีกจนในที่สุด Rolex Cosmograph Daytona จึงได้กำเนิดขึ้นในปี 1963 และปัจจุบันก็เป็นหนึ่งในตัว Top ของแบรนด์ Rolex ด้วย

Rolex Cosmograph Daytona

สำหรับ Daytona ตัวก่อนหน้านี้จะมีหน้าปัดและตัวเรือนที่เป็นสแตนเลสสตีล หน้าตาของหน้าปัดก็จะมีเพียงสีขาวและสีดำสำหรับ Daytona ในรุ่นก่อนหน้านี้ไม่นาน อีกทั้งยังเป็นการว่าจ้างแบรนด์อื่นในการทำกลไกให้กับตัวเครื่องโดยที่ยังไม่ได้เริ่มการ In House ของแบรนด์เอง แต่ก็ยังได้รับความนิยมและเรทราคาอยู่ตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป Rolex ได้ทำ In House ของตัวเองในปี 2013 นั่นก็หมายความว่า Rolex Daytona ได้เป็นตัวเองอย่างสมบูรณ์ทั้งกลไกและดีไซน์ 

เมื่อยกให้ Rolex Cosmograph Daytonaนาฬิกาที่ผลิตออกมาเพื่อการแข่งความเร็วอย่างการแข่งรถจริง ๆ ด้วยการใช้กลไก Calibre 4130 เป็นสุดยอดการออกแบบกลไกเฉพาะของ Rolex ใช้การไขลานอัตโนมัติที่เป็นโครโนกราฟและมีชิ้นส่วนประกอบของกลไกที่ไม่ซับซ้อน มีพื้นที่สำหรับแมนสปริงที่ช่วยการขับเคลื่อนที่ดีกว่า ให้การสำรองพลังงานได้มากถึง 72 ชั่วโมง 

เมื่อคุณสมบัติเพื่อการแข่งรถ ดังนั้นประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมก็เห็นจะต้องเป็นส่วนประกอบที่ทำให้นักแข่งสามารถใช้งานได้ง่ายและแม่นยำมากที่สุดโดยเฉพาะเรื่องของการคำนวณเวลารอบในขณะที่อยู่บนสนามแข่ง 

การยกระดับดีไซน์

มีการปรับตัวเรือนเริ่มจากขอบ Bezel ในตัวเรือนสีทองที่เปลี่ยนมาใช้เป็นเซรามิกและมีการปรับพัฒนา Daytona ในรุ่น Steel ต่อมา จะสังเกตได้ว่า Daytona ในสมัยปัจจุบันจะมีให้เลือกอยู่ 2 แบบนั่นก็คือที่เป็นหน้าสตีลในพื้นสี Standard ทั่วไปคือขาวและดำ และอีกรุ่นก็คือแบบหน้าปัดสีทองซึ่งหน้าปัดสีทองนี้ก็จะมีให้เลือกที่มากขึ้นอย่างเช่นเป็นโกลด์เป็นโรสโกล หรือแม้กระทั่ง Yellow Gold  รวมไปถึงสีของหน้าปัดก็ยังมีให้เลือกอย่างหลากหลายอย่างหน้าปัดที่โดดเด่นก็จะเป็นสีหน้าปัดช็อคโกแลตเหล่านี้เป็นต้น 

การให้ดีไซน์สำหรับรุ่นหน้าปัดทอง Rolex จะออกแบบมาให้เข้าคู่กับหนังจระเข้แท้เพื่อเพิ่มความหรูหราและลดความแข็งกระด้างของดีไซน์ลง แต่ได้มีการปรับพัฒนามาสำหรับสายของ Daytona รุ่นใหม่ๆในปัจจุบัน Rolex ได้นำเอาปัญหาสำหรับสายหนังจระเข้แท้ที่การใช้งานจะสั้นมากจนเกินไป มาปรับให้เป็นสายหนังแบบสาย Oysterflex ที่ให้การใช้งานได้คงทนและระยะยาวกว่ามากมีความยืดหยุ่นและนิ่มไม่ต่างกันและด้วยรูปแบบของสาย oyster เฟซนี้ทำให้หน้าปัดของ Daytona ดูงดงามดูเท่ Smart ขึ้น 

Rolex Daytona Iovry Dial Rose Gold 

Retail Price : 1,690,000 THB

สำหรับรุ่นนี้เรานำมาให้ดูถึงความโดดเด่นของหน้าปัดที่น่าสนใจ เราจะมองเห็นได้ว่าหน้าปัดด้านในเป็นสีขาวและตัวมาร์คเกอร์ต่างๆเป็นสีทองสำหรับความพิเศษของรุ่นนี้นั้นความคลาสสิคจะอยู่ที่เมื่อเวลาที่กระทบกับแสงและมีการขยับไปมาสีขาวจะถูกเปลี่ยนออกไปเป็นสีเหลืองครีมเล็กน้อยทำให้ความรู้สึกดูมีความเป็น Vintage มากขึ้น 

ฟังก์ชั่นการใช้งานบนหน้าปัดจะสังเกตเห็นมี Sub Dials 3 ตำแหน่งซึ่งทั้งหมดนี้ถูกสร้างมาและออกแบบมาเพื่อใช้ในการจับเวลาทั้งหมด ให้สังเกตลูกเล่นในส่วนของเข็มบอกเวลาจะสังเกตเห็นสีดำเล็ก ๆ และการให้ ความเรืองแสงของนาฬิกามีให้อย่างครบทุกจุดและแน่นอนว่าระดับแสงมีความเรืองแสงที่ดีมาก สำหรับปุ่มเม็ดมะยมที่เป็นฟังก์ชันในการใช้จับเวลาทุกจุดจะเป็นแบบ Screw Down Crown ทำให้การใช้งานค่อนข้างสะดวก สำหรับฟังก์ชันอื่น ๆในเรื่องของการใช้เป็นนาฬิกาที่สามารถกันน้ำได้ถึงระดับ 100 เมตรซึ่งมีความเทียบเท่าได้กับนาฬิกาดำน้ำที่เท่าเทียมกันจริง ๆ 

และความพิเศษอย่างสุดท้ายที่เราไม่พูดถึงไม่ได้นั่นก็คือตัวขอบ bezel ที่เป็นเนื้อเซรามิค Rolex ได้ทำพิเศษเฉพาะของ Rolex เองเป็นนวัตกรรมการใช้สีการเคลือบที่ไม่ว่าคุณจะใช้นาฬิกาไปกี่ปี Rolex รับรองถึงสีที่คมชัดเหมือนเดิมไม่มีการซีดจางซึ่งเราเรียกเทคโนโลยีนี้ว่า เทคโนโลยีเซราโครม 

แน่นอนที่สุดสำหรับแบรนด์นี้ Rolex ไม่เคยทำให้แฟนๆของเขาต้องผิดหวังเลยสักครั้งไม่ว่าจะเป็นการออกแบบหรือ Collection ไหนที่ทำออกมาบอกได้คำเดียวเลยว่าเป็น Collection แห่งการสร้างความล้ำหน้าทางด้านเทคโนโลยีแต่ยังคงมีความวินเทจด้วยเรื่องราวความเป็นมาของนาฬิกาแต่ละ Collection ได้อย่างสมบูรณ์แบบ  Rolex มีราคาสูงแต่เราบอกได้ว่าความคุ้มค่าของราคากับตัวนาฬิกาในทุกๆ Collection ของ Rolex มันมากเกินกว่าคำว่าคุ้มค่าจริงๆ watchfunonline

สล็อตออนไลน์

บทความล่าสุด

หมวดหมู่

TAG